ติดต่อกับเรา
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

การเมือง

คะแนนนำห่าง ‘จุรินทร์’ ผงาดขึ้นหน.ปชป.คนใหม่

ซึ่งผลการนับคะแนนปรากฏว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ คว้าชัยชนะได้เป็นหัวหน้าพรรคปชป.คนใหม่ ได้ 160 คะแนน คิดเป็น 50.59% นำขาดแบบม้วนเดียวจบ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

เผยแพร่

วันที่

ที่โรงแรมมิราเคิล พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรค เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค โดยมีผู้เสนอตัวทั้งสิ้น 4 คน ประกอบด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรค , นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ , นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรค และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยแต่ละคนจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ คนละ 15 นาที

จากนั้นได้มีการลงมติเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งผลการนับคะแนนปรากฏว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ คว้าชัยชนะได้เป็นหัวหน้าพรรคปชป.คนใหม่ ได้ 160 คะแนน คิดเป็น 50.59% นำขาดแบบม้วนเดียวจบ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ 102 คะแนน 37.21% นายกรณ์ จาติกวณิช 19 คะแนน 8.48% และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน 10 คะแนน

สำหรับรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน

1.พันตรี ควง อภัยวงศ์ พ.ศ. 2489-15 มี.ค.2511

2.หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช พ.ศ. 2511-26 พ.ค. 2522

3.นายพันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ 26 พ.ค. 2522-3 เม.ย.2525

4.นายพิชัย รัตตกุล 3 เม.ย.2525-26 ม.ค.2534

5.นายชวน หลีกภัย 26 ม.ค.2534-4 พ.ค.2546

6.นายบัญญัติ บรรทัดฐาน 20 เม.ย. 2546-8 ก.พ.2548

7. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 5 มี.ค.2548-24 มี.ค.2562

และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 8


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

การเมือง

‘พี่ศรี’ จัดหนักอีกรอบลุยร้อง ‘กกต.’ สอย 2 ส.ว.

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

เผยแพร่

วันที่

โดย

นายศรีสุวรรณ จรรยา
นายศรีสุวรรณ จรรยา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (21 พ.ค.) เวลา 10.00 น. สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนและวินิจฉัย 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม อันอาจเข้าข่าย มาตรา 111(4) ประกอบ มาตรา 108 ข.ลักษณะต้องห้าม (1) มาตรา 98 (8) (10) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 14 (10) (12) ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 และข้อ 3 และข้อ 52(10) (12) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 2561

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม รายแรก คือ ลำดับที่ 146 ซึ่งบุคคลดังกล่าว เคยกระทำผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วตามมาตรา 98 แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2535 กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่ง “ไล่ออกจากราชการ” และต่อมาอัยการได้มีการนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลยุติธรรม ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 192/2559 และศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่1435/2559 มีคำสั่งจำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี แม้จะมีการอ้างว่า ได้รับการล้างมลทินตามพรบ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา 2550 แล้ว แต่กฤษฎีกาได้วินิจฉัยแล้วว่า ไม่ได้รับประโยชน์จากการล้างมลทินดังกล่าว

รายที่สอง คือ ลำดับที่ 197 เคยถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างที่ดิน โดยศาลนครปฐมได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 1212/2557 คดีหมายเลขแดงที่ 1611/2557 โดยบุคคลดังกล่าวได้ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ศาลจึงลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และปรับ 13,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษเอาไว้ มีกำหนด 3 ปี ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว

การกระทำของ 2 สมาชิกวุฒิสภาดังกล่าว อาจเข้าข่ายการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย ซึ่งหาก กกต.พบว่า คุณสมบัติมีลักษณะต้องห้ามจริง ก็จะต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ออกจากตำแหน่ง พร้อมดำเนินการลงโทษหรือเอาผิดตาม มาตรา 74 และมาตรา 75 ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 ต่อไป


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: