ติดต่อกับเรา
นายปิยบุตร แสงกนกกุล นายปิยบุตร แสงกนกกุล

การเมือง

‘ปิยบุตร’ ระบุ วงจรอุบาทว์ในการเลือก ส.ว.

จะเห็นได้ว่าทั้งหมดเป็น “ส.ว.รีไซเคิล” และ “ส.ว.วงศ์วานว่านเครือเนื้อหน่อ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล

เผยแพร่

วันที่

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “วงจรอุบาทว์ในการเลือก ส.ว. คือมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง ส.ว. ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ชายที่รักใคร่สนิทสนมกัน ให้เป็นประธานคัดเลือก ส.ว.”

“กระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำทั้งหมดใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,300 ล้านบาท! เพื่อแต่งหน้าทาปากสรรหาให้ดูเหมือนว่ามาจากประชาชน แต่ประชาชนกลับไม่เคยได้เห็นชื่อก่อนหน้านี้เลย และก็ได้รายชื่อ ส.ว. ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้วว่าเป็นเจ้าประจำ เป็นที่พอคาดเดาได้ ไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากโพยรายชื่อที่สื่อมวลชนได้เก็งเอาไว้”

“จะเห็นได้ว่าทั้งหมดเป็น “ส.ว.รีไซเคิล” และ “ส.ว.วงศ์วานว่านเครือเนื้อหน่อ” ความหมายก็คือเป็น ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่ามีแต่หน้าเดิมๆ วนไปวนมาไม่ว่ารัฐประหารครั้งไหน และเป็น ส.ว. ได้เพราะมีความใกล้ชิดกับ คสช.”

“ไม่นับว่าหลายคนเคยรับตำแหน่งที่ คสช. เคยแต่งตั้งมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เช่น สนช. สปช. สปท. หรือแม้แต่คนที่เป็น คสช. เองก็มีมาเป็น ส.ว. เหมือนกัน”


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

การเมือง

‘พี่ศรี’ จัดหนักอีกรอบลุยร้อง ‘กกต.’ สอย 2 ส.ว.

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

เผยแพร่

วันที่

โดย

นายศรีสุวรรณ จรรยา
นายศรีสุวรรณ จรรยา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (21 พ.ค.) เวลา 10.00 น. สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนและวินิจฉัย 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม อันอาจเข้าข่าย มาตรา 111(4) ประกอบ มาตรา 108 ข.ลักษณะต้องห้าม (1) มาตรา 98 (8) (10) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 14 (10) (12) ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 และข้อ 3 และข้อ 52(10) (12) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 2561

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม รายแรก คือ ลำดับที่ 146 ซึ่งบุคคลดังกล่าว เคยกระทำผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วตามมาตรา 98 แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2535 กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่ง “ไล่ออกจากราชการ” และต่อมาอัยการได้มีการนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลยุติธรรม ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 192/2559 และศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่1435/2559 มีคำสั่งจำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี แม้จะมีการอ้างว่า ได้รับการล้างมลทินตามพรบ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา 2550 แล้ว แต่กฤษฎีกาได้วินิจฉัยแล้วว่า ไม่ได้รับประโยชน์จากการล้างมลทินดังกล่าว

รายที่สอง คือ ลำดับที่ 197 เคยถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างที่ดิน โดยศาลนครปฐมได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 1212/2557 คดีหมายเลขแดงที่ 1611/2557 โดยบุคคลดังกล่าวได้ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ศาลจึงลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และปรับ 13,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษเอาไว้ มีกำหนด 3 ปี ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว

การกระทำของ 2 สมาชิกวุฒิสภาดังกล่าว อาจเข้าข่ายการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย ซึ่งหาก กกต.พบว่า คุณสมบัติมีลักษณะต้องห้ามจริง ก็จะต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ออกจากตำแหน่ง พร้อมดำเนินการลงโทษหรือเอาผิดตาม มาตรา 74 และมาตรา 75 ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 ต่อไป


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: