ติดต่อกับเรา
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

การเมือง

‘บิ๊กป้อม’ปัดคนสนิทพรึ่บส.ว.

เชื่อโหวตนายกฯยึดพรรคเสียงข้างมาก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เผยแพร่

วันที่

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นทหาร ว่า เขาก็ทำงานได้ ส่วนใหญ่มาจากอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เคยทำหน้าที่ออกกฎหมายมากว่า 200 ฉบับ ซึ่งเขาก็เข้ามาช่วยทำหน้าที่เหมือนเดิม

“ส่วนที่มองว่ามีคนใกล้ชิดของผมนั้น ก็มีเพียง 2-3 คนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 6 (ตท.6) เช่น พล.อ.นพดล อินทปัญญา , พล.อ.อู้ด เบื้องบน , พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ , พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ ก็มีเท่านี้ สำหรับน้องชายผม ก็มีอยู่คนเดียว” พล.อ.ประวิตร กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีของ พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (อดีตรองผบ.ทสส.) ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.6 อีกคนนั้น พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า “แล้วเขาเป็นลูกน้องใครล่ะ”

เมื่อถามว่าเมื่อ ส.ว.เข้าไปทำงานแล้วยังจะมีความน่าเชื่อถืออยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คนที่ถูกมองว่าใกล้ชิดตนมีเพียง 2-3 คนเอง ส่วนที่มองว่าส่วนใหญ่เป็นทหารจำนวนมากนั้นก็เขาเป็นทหารจะให้ทำอย่างไรได้ ซึ่งเขาก็เคยทำงานและออกกฎหมายมามากมาย ตนถามว่าแล้วจะเป็นอะไรไป ส่วนที่ต้องทำหน้าที่โหวตชื่อนายกรัฐมนตรีนั้น ก็ดำเนินการโหวตไปตามขั้นตอน และยึดพรรคที่มีเสียงข้างมาก

เมื่อถามย้ำว่า ส.ว.พร้อมโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็แล้วแต่เขา ตนเชื่อว่าเขาคงเลือกคนที่ดีที่สุด

เมื่อถามว่า แล้วตอนนี้มีการทาบทามให้มาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดหน้าต่อหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการทาบทาม ขอให้สื่อมวลชนเลิกถามเรื่องนี้


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

การเมือง

‘พี่ศรี’ จัดหนักอีกรอบลุยร้อง ‘กกต.’ สอย 2 ส.ว.

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

เผยแพร่

วันที่

โดย

นายศรีสุวรรณ จรรยา
นายศรีสุวรรณ จรรยา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (21 พ.ค.) เวลา 10.00 น. สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนและวินิจฉัย 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม อันอาจเข้าข่าย มาตรา 111(4) ประกอบ มาตรา 108 ข.ลักษณะต้องห้าม (1) มาตรา 98 (8) (10) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 14 (10) (12) ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 และข้อ 3 และข้อ 52(10) (12) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 2561

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม รายแรก คือ ลำดับที่ 146 ซึ่งบุคคลดังกล่าว เคยกระทำผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วตามมาตรา 98 แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2535 กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่ง “ไล่ออกจากราชการ” และต่อมาอัยการได้มีการนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลยุติธรรม ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 192/2559 และศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่1435/2559 มีคำสั่งจำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี แม้จะมีการอ้างว่า ได้รับการล้างมลทินตามพรบ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา 2550 แล้ว แต่กฤษฎีกาได้วินิจฉัยแล้วว่า ไม่ได้รับประโยชน์จากการล้างมลทินดังกล่าว

รายที่สอง คือ ลำดับที่ 197 เคยถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างที่ดิน โดยศาลนครปฐมได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 1212/2557 คดีหมายเลขแดงที่ 1611/2557 โดยบุคคลดังกล่าวได้ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ศาลจึงลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และปรับ 13,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษเอาไว้ มีกำหนด 3 ปี ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว

การกระทำของ 2 สมาชิกวุฒิสภาดังกล่าว อาจเข้าข่ายการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย ซึ่งหาก กกต.พบว่า คุณสมบัติมีลักษณะต้องห้ามจริง ก็จะต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ออกจากตำแหน่ง พร้อมดำเนินการลงโทษหรือเอาผิดตาม มาตรา 74 และมาตรา 75 ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 ต่อไป


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: