ติดต่อกับเรา
พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา

กระบวนการยุติธรรม

ผบ.ตร.มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการ

พร้อมทั้งพบปะข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ

พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา

เผยแพร่

วันที่

ณ โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท อำเภอ​แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่​ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)​ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมประจำปี 2562 ของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน​ (บช.ต​ชด.)​ พร้อมมอบนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติราชการ โดยมีพลตำรวจโท สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ต​ชด.)​ พร้อมข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนให้การต้อนรับ

การประชุมประจำปีของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่​ 12-15 มีนาคม 2562 ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยข้าราชการตำรวจระดับผู้บริหารของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน​ ตั้งแต่ระดับผู้บังคับกองร้อยปฏิบัติการจนถึงระดับผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รวมจำนวนทั้งสิ้น 207 คน

พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัด รวมถึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้บริหารทุกระดับชั้นได้มีโอกาสพบปะ​ และร่วมกันพิจารณา วางแผนการปฏิบัติงาน แก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ในรอบปีที่ผ่านมาร่วมกัน เพื่อนำผลสรุปจากการประชุมไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ตลอดจนเป็นการเพิ่มเติมพัฒนาความรู้ความสามารถ การให้ความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการประชุมได้แก่ สถานการณ์ยาเสพติดและแนวทางการสืบสวนจับกุมขยายผลจากผู้เชี่ยวชาญกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด,ความรู้เกี่ยวกับกฏหมายการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฏรปี 2562 อีกทั้งการประชุมยังเป็นโอกาสอันดีในการเสริมสร้างความรักความสามัคคีภายในหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุดของทางราชการในอนาคตต่อไป

 


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

กระบวนการยุติธรรม

‘ผู้ช่วยฯรอย’ นั่งหัวโต๊ะประชุมถกจัดระบบใบสั่งจราจรฯซ้อน

‘เอกรักษ์’แม่งานหวังลดอุบัติเหตุ

เผยแพร่

วันที่

พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์
พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและใช้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร กรณีผู้กระทำผิดซ้ำ ตามโครงการพัฒนาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ในระยะที่ 4 ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพได้สนับสนุนให้กองบัญชาการศึกษา สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกระทำผิดกฎจราจรโดยใช้ระบบ ptm หรือ police ticket management มาใช้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโดยระบบนี้จะรวบรวมข้อมูลการกระทำความผิดต่างๆไว้และนำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการลดอุบัติเหตุ โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า ในปี 2561 พบมีการกระทำผิดกฎจราจรและออกใบสั่งเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 3 ล้านสองแสนกว่าครั้ง คิดเป็น 39 เปอร์เซ็นต์ โดยยอดรวมของปี 2560 มีการออกใบสั่ง 8 ล้าน 4 แสนกว่าครั้ง แต่ในปี 2561 มีการออกใบสั่ง 11 ล้าน 7 แสนกว่าครั้ง

จากการศึกษายังพบอีกว่า มีคนไทยที่มีใบสั่งซ้อนสูงสุด 144 ใบใน 1 ปี ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถขนส่งของภาคเอกชน ที่วิ่งขนส่งของทั่วประเทศแต่ถูกกล้องตรวจจับการกระทำความผิดอัตโนมัติ ในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และรถบรรทุกไม่ขับชิดขอบทางด้านซ้าย และมีผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับโดนจับซ้ำรวมกว่า 1,507 ราย ภายในรอบ 4 ปี

ด้านพลตำรวจตรีเอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า จากผลวิจัยดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่าปัญหาใบสั่งซ้ำซ้อนเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายเดิมไม่สามารถบังคับใช้ได้กับทุกคน และไม่ทำให้เกิดความหวาดกลัวในการลงโทษ จนกระทำผิดซ้ำ ทั้งนี้เชื่อว่าหลังพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับใหม่ บังคับใช้จะสามารถนำระบบตัดแต้มมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้ขับขี่เกิดความระมัดระวังในการขับรถไม่ให้ผิดกฎจราจร จนเกิดใบสั่งซ้ำซ้อนแบบที่ผ่านมา โดยในอดีตการใช้ระบบการตัดแต้มไม่สามารถใช้งานได้จริงเนื่องจากใบขับขี่เป็นแบบกระดาษและฐานข้อมูลของตำรวจและกรมการขนส่งทางบกไม่ได้เชื่อมโยงถึงกัน แต่กฎหมายใหม่บังคับให้ 2 หน่วยงานต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูล ทำให้ระบบการตัดแต้มมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้จริง

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาแนวทางการชำระใบสั่งที่ซ้ำซ้อนหลายใบในแบบเหมาจ่ายหรือลดราคา ในเรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถพิจารณาปรับลดเองได้ ต้องนำเรื่องเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลพิจารณา

ส่วนข้อมูลการศึกษาที่พบว่ามีคนเมาแล้วขับซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเกิดจากตัวผู้ขับขี่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนเกิดจากกฎหมายมีบทลงโทษที่ไม่รุนแรง ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ไม่เกรงกลัวกฎหมายและฝ่าฝืน ซึ่งในที่ประชุมอยู่ระหว่างการพิจารณานำปัญหาดังกล่าวหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขบทลงโทษในข้อหาเมาแล้วขับให้หนักขึ้น เหมือนอย่างในประเทศญี่ปุ่นที่มีการลงโทษผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย ในข้อหาสนับสนุนให้กระทำความผิด ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: