ติดต่อกับเรา
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล

กระบวนการยุติธรรม

‘ศรีวรห์’ เผยจัดเพิ่มกำลังดูแล เลือกตั้งล่วงหน้า 3 จังหวัดทางภาคใต้

ยืนยันการข่าวยังไม่พบกลุ่มที่สร้างความวุ่นวายออกมาเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล

เผยแพร่

วันที่

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อวันที่13 มีนาคม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 17 มีนาคม นี้ ว่า มีความกังวลอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดทางภาคใต้ ก่อนหน้านี้ได้หารือกับคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ทำแผนเสนอให้เพิ่มกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัยตามจุดเลือกตั้งต่างๆ ก็ได้รับการเห็นชอบจาก กกต. เป็นไปในทิศทางเดียวกันและอนุมัติงบประมาณสำหรับดำเนินการแล้ว ยอมรับว่าเหตุที่เป็นห่วงเนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องจนถึงเวลากลางคืน ซึ่งเสี่ยงอันตรายอยู่บ้าง

“ขอให้ประชาชนมั่นใจออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ตามปกติ ตั้งแต่เวลา 08.00น. ถึง 17.00 น. ส่วนจังหวัดสตูลและพัทลุงที่เพิ่งเกิดเหตุระเบิดป่วนเมือง11 จุด ได้หารือกับทาง กกต.แล้ว แต่เห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มกำลังหรือปรับแผนดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษ และส่วนตัวก็ไม่ได้เป็นผู้เสนอแนวทางในการป้องกันหรือเพิ่มมาตรการใดเป็นพิเศษ เพราะดุลยพินิจเป็นอำนาจของกกต. ส่วนการเลือกตั้งอีกจุดที่เป็นห่วงคือในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเรื่องการจราจร เพราะเชื่อว่าในวันนั้นจะมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก อาจทำให้การจราจรติดขัด ส่วนเรื่องความปลอดภัยยืนยันการข่าวยังไม่พบกลุ่มที่สร้างความวุ่นวายออกมาเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์”รองผบ.ตร. กล่าว

รองผบ.ตร. กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องที่ได้รับทำโฆษณารณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ตามที่กกต.ได้ประสานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ ตนเองต้องร่วมแสดงด้วยนั้น ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร ซ้ำยังทำง่ายกว่าการทำสำนวนคดี จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นตัวเองที่ถ่ายทอดผ่านโฆษณาดังกล่าว อย่างไรก็ตามส่วนตัวก็รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการทำหน้าที่นี้


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

กระบวนการยุติธรรม

ตม.ไทยประสานความร่วมมือทางการญี่ปุ่น รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่

เพื่อไม่ให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ หลงเชื่อและเกิดความเสียหายขึ้นได้

เผยแพร่

วันที่

โดย

พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง
พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง

พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (ปป),พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (สส),พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ รักษา​ราชการ​แทน​รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.ภ.7 รรท.รอง ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.สตม.)​ และ​ พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ ตรวจคน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม.3)​

ได้ประสานความร่วมมือกับทางการญี่ปุ่น จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายสำคัญ ดังนี้​ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (กก.สส.บก.ตม.3)​ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีขอหมายศาลแขวงพัทยาเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยามรอยัลวิลล์ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นจำนวน 15 คน นั่งทำงานอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวพร้อมอุปกรณ์ในลักษณะของกลุ่มคอลเซนเตอร์ เช่น ไอพีโฟน,เครื่องขยายสัญญาณอินเตอร์เน็ต,คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก,เอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายชาวญี่ปุ่น และ บทสนทนาสำหรับหลอกลวงเหยื่อ เป็นต้น จึงได้จับกุมดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

โดยมีแผนประทุษกรรมกล่าวคือ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2562 กลุ่มชาวญี่ปุ่นทั้ง 15 คน ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวแล้วส่งใบแจ้งหนี้บริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นปลอม หรือหมายศาลปลอม ไปหลอกลวงผู้เสียหายที่กลุ่มผู้ต้องหามีข้อมูลส่วนตัวอยู่แล้วทั้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อีเมล์แอดเดรส เป็นต้น เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าตนเคยสมัครใช้งานบริการทางอินเตอร์เน็ตแล้วค้างชำระค่าบริการ จะต้องรีบชำระค่าบริการเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีหรือเพื่อให้มีส่วนลดค่าบริการ โดยเมื่อผู้เสียหายติดต่อกับกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งมีการจัดระบบไอพีโฟนในประเทศไทยเพื่อให้เชื่อว่าเป็นตัวแทนบริษัทเจ้าหนี้ซึ่งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น แล้วหลอกผู้เสียหายให้ไปซื้อบัตรเติมเงินอิเลกทรอนิกส์ (e-money) ที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน แล้วหลอกให้ผู้เสียหายส่งรหัสบัตรเติมเงินดังกล่าวให้กลุ่มผู้ต้องแล้วโอนเงินออกจากบัตรทันที

โดยการแถลงผลการดำเนินการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางการญี่ปุ่นโดยผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้เข้าขอบคุณ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ ผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากหลังจากการจับกุมดังกล่าวทางการญี่ปุ่นได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประสานข้อมูลการจับกุมเพื่อนำไปขยายผลต่อในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ทราบว่ามีผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกลวงจากผู้ต้องหา กลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 200 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านเยน ซึ่งศาลแขวงนครโตเกียวได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 15 ราย​ ดังกล่าวในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนการส่งกลับคนต่างด้าวต่อไป

การแถลงผลการดำเนินการในครั้งนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยมุ่งหวังให้ประชาชนโดยทั่วไปทั้งไทยและญี่ปุ่นทราบและรู้เท่าทันถึงพฤติการณ์ของคนร้ายกลุ่มดังกล่าวซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ซึ่งอาจมีผู้ถูกหลอกลวงได้ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น เพื่อไม่ให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ หลงเชื่อและเกิดความเสียหายขึ้นได้

พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ยังกล่าวด้วยว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาส่วนใหญ่ ทราบว่าได้หลบหนีเข้ามาเพื่อทำงานในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลท้องถิ่น ป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ ​สตม.


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: