ติดต่อกับเรา
พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์

การเมือง

นักวิชาการชี้ ไม่เอาประยุทธ์ และไม่ปฏิเสธพลังประชารัฐที่ไม่สืบทอดอำนาจ นี่ไม่ใช่ละครตบตา

หวังว่า เมื่อคสช.และสว.250 เห็นประยุทธ์ไปไม่รอด ก็จะหันมาหนุนปชป.ซึ่งยังดีกว่าฝั่งตรงข้าม

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์

เผยแพร่

วันที่

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง โพสต์บทวิเคราะห์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว”พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” ระบุว่า เขียนไว้หลายครั้งแล้วว่า ปชป.เป็นกุญแจสำคัญต่อการสืบทอดอำนาจคสช. และจะต่อรองให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการร่วมรบ. แต่เดิมเดาว่า คงเอาแค่รมต.กระทรวงสำคัญไปครองขณะที่อภิสิทธิ์ไม่ร่วมครม.หรือ “ยอมเสียหน้า” ลดตัวลงมาเป็นรองนายกฯ

แต่คาดผิด! ปชป.ตั้งเงื่อนไข “ไม่เอาประยุทธ์ และไม่ปฏิเสธพลังประชารัฐที่ไม่สืบทอดอำนาจ” นี่ไม่ใช่ละครตบตา แต่เป็นเกมส์ลึกซึ้งเพื่อปย.ตัวเองล้วน ๆ ตามสไตล์ที่ไม่เคยมีมิตรแท้ถาวรบีบให้นักการเมืองในพปชร.หลังเลือกตั้งต้องเลือกระหว่างหนุนประยุทธ์เป็นนายกฯแล้วรวมสองสภาเสียงไม่พอกับหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกฯแล้วได้เป็นรัฐบาลทันที ณ นาทีนั้น พปชร.จะเลือกอะไร? นักการเมืองในพปชร. “รักสนับสนุน” ประยุทธ์ด้วยใจจริงเหรอ? เป็นรัฐบาลร่วมปชป.แบบง่าย ๆ กับเป็นฝ่ายค้านจะเอาแบบไหน? ปชป.อ่านธาตุแท้พปชร.ได้ทะลุ จึงกล้าเดินเกมส์นี้

ที่ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า “ถึงยังไงก็ไม่ร่วมกับเพื่อไทย” หวังว่า เมื่อคสช.และสว.250 เห็นประยุทธ์ไปไม่รอด ก็จะหันมาหนุนปชป.ซึ่งยังดีกว่าฝั่งตรงข้าม คือเอาความ “กลัวทักษิณ” เป็นเครื่องต่อรอง คำถามคือ คสช.จะหาทางออกอย่างไร? จะยอมกล้ำกลืน “สืบทอดอำนาจ” ผ่านนักการเมืองอย่างปชป.หรือ? ทหารจะยังไว้ใจปชป.ได้อีกหรือหลังจากบทเรียนรัฐบาลอภิสิทธิ์ช่วง 53-54?.


แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

การเมือง

‘พี่ศรี’ จัดหนักอีกรอบลุยร้อง ‘กกต.’ สอย 2 ส.ว.

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

เผยแพร่

วันที่

โดย

นายศรีสุวรรณ จรรยา
นายศรีสุวรรณ จรรยา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (21 พ.ค.) เวลา 10.00 น. สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนและวินิจฉัย 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม อันอาจเข้าข่าย มาตรา 111(4) ประกอบ มาตรา 108 ข.ลักษณะต้องห้าม (1) มาตรา 98 (8) (10) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 14 (10) (12) ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 และข้อ 3 และข้อ 52(10) (12) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 2561

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม รายแรก คือ ลำดับที่ 146 ซึ่งบุคคลดังกล่าว เคยกระทำผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วตามมาตรา 98 แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2535 กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่ง “ไล่ออกจากราชการ” และต่อมาอัยการได้มีการนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลยุติธรรม ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 192/2559 และศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่1435/2559 มีคำสั่งจำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี แม้จะมีการอ้างว่า ได้รับการล้างมลทินตามพรบ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา 2550 แล้ว แต่กฤษฎีกาได้วินิจฉัยแล้วว่า ไม่ได้รับประโยชน์จากการล้างมลทินดังกล่าว

รายที่สอง คือ ลำดับที่ 197 เคยถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างที่ดิน โดยศาลนครปฐมได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 1212/2557 คดีหมายเลขแดงที่ 1611/2557 โดยบุคคลดังกล่าวได้ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ศาลจึงลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และปรับ 13,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษเอาไว้ มีกำหนด 3 ปี ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว

การกระทำของ 2 สมาชิกวุฒิสภาดังกล่าว อาจเข้าข่ายการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย ซึ่งหาก กกต.พบว่า คุณสมบัติมีลักษณะต้องห้ามจริง ก็จะต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ออกจากตำแหน่ง พร้อมดำเนินการลงโทษหรือเอาผิดตาม มาตรา 74 และมาตรา 75 ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 ต่อไป


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: