ติดต่อกับเรา
พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ

กระบวนการยุติธรรม

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบพระนอกรีดลวงเด็ก 4 ขวบขยี้กามคาสำนักสงฆ์

พระเตอะฯ ให้การปฏิเสธ พร้อมทั้งไม่ขอให้การใดๆในชั้นสอบสวน โดยขอไปให้การในชั้นศาลเพียงเท่านั้น

พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ

เผยแพร่

วันที่

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.)​ และ​ พัน​ตำรวจ​ตรี​ เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)​

ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายเตอะ หรือ พระเตอะ ก้องความดี อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/7 ม.7 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดทองผาภูมิ ที่ จ.19/2560 ลง 5 พ.ค.60 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปี,พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา,พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร”

พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ หน้าโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ถ.แสงชูโต ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงระหว่างวันที่ 15 พ.ย.59 ถึง 22 ธ.ค. 59 ขณะที่นายเตอะหรือ พระเตอะฯ ผู้ต้องหารายนี้ยังคงบวชเป็นพระอยู่ที่สำนักสงฆ์เดงคุถุ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.7 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้ก่อเหตุกระทำชำเรา ด.ญ.เอ นามสมมุติ อายุ 4 ปี ซึ่งเป็นลูกของชาวบ้านในละแวกดังกล่าวที่เข้ามาวิ่งเล่นภายในสำนักสงฆ์เป็นประจำในช่วงเย็น

โดยฉวยโอกาสช่วงที่ไม่มีพระรูปอื่นอยู่ภายในสำนักสงฆ์ก่อเหตุกับผู้เสียหายจำนวนหลายครั้ง จนผู้ปกครองของผู้เสียหายเริ่มเห็นอาการและท่าทีของบุตรสาวที่ผิดปกติไป มีอาการซึมเศร้า หวาดกลัวผู้คน จึงซักถามจนทราบความจริงก่อนพาไปแจ้งความเอาผิดกับพระเตอะฯ ที่ สภ.สังขละบุรี จนมีการออกหมายจับดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าภายหลังก่อเหตุพระเตอะฯได้หลบหนีออกจากสำนักสงฆ์มาอยู่ที่วัดเขาล้านธรรมมาราม ตั้งอยู่ที่ ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตุการณ์ ก่อนจะทราบว่าพระเตอะฯ​ ได้เดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จึงนำกำลังไปดักจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวนพระเตอะฯ ให้การปฏิเสธ พร้อมทั้งไม่ขอให้การใดๆในชั้นสอบสวน โดยขอไปให้การในชั้นศาลเพียงเท่านั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.สังขละบุรี รับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

กระบวนการยุติธรรม

ตม.ไทยประสานความร่วมมือทางการญี่ปุ่น รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่

เพื่อไม่ให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ หลงเชื่อและเกิดความเสียหายขึ้นได้

เผยแพร่

วันที่

โดย

พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง
พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง

พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (ปป),พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (สส),พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ รักษา​ราชการ​แทน​รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.ภ.7 รรท.รอง ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.สตม.)​ และ​ พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ ตรวจคน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม.3)​

ได้ประสานความร่วมมือกับทางการญี่ปุ่น จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายสำคัญ ดังนี้​ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (กก.สส.บก.ตม.3)​ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีขอหมายศาลแขวงพัทยาเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยามรอยัลวิลล์ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นจำนวน 15 คน นั่งทำงานอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวพร้อมอุปกรณ์ในลักษณะของกลุ่มคอลเซนเตอร์ เช่น ไอพีโฟน,เครื่องขยายสัญญาณอินเตอร์เน็ต,คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก,เอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายชาวญี่ปุ่น และ บทสนทนาสำหรับหลอกลวงเหยื่อ เป็นต้น จึงได้จับกุมดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

โดยมีแผนประทุษกรรมกล่าวคือ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2562 กลุ่มชาวญี่ปุ่นทั้ง 15 คน ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวแล้วส่งใบแจ้งหนี้บริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นปลอม หรือหมายศาลปลอม ไปหลอกลวงผู้เสียหายที่กลุ่มผู้ต้องหามีข้อมูลส่วนตัวอยู่แล้วทั้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อีเมล์แอดเดรส เป็นต้น เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าตนเคยสมัครใช้งานบริการทางอินเตอร์เน็ตแล้วค้างชำระค่าบริการ จะต้องรีบชำระค่าบริการเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีหรือเพื่อให้มีส่วนลดค่าบริการ โดยเมื่อผู้เสียหายติดต่อกับกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งมีการจัดระบบไอพีโฟนในประเทศไทยเพื่อให้เชื่อว่าเป็นตัวแทนบริษัทเจ้าหนี้ซึ่งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น แล้วหลอกผู้เสียหายให้ไปซื้อบัตรเติมเงินอิเลกทรอนิกส์ (e-money) ที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน แล้วหลอกให้ผู้เสียหายส่งรหัสบัตรเติมเงินดังกล่าวให้กลุ่มผู้ต้องแล้วโอนเงินออกจากบัตรทันที

โดยการแถลงผลการดำเนินการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางการญี่ปุ่นโดยผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้เข้าขอบคุณ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ ผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากหลังจากการจับกุมดังกล่าวทางการญี่ปุ่นได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประสานข้อมูลการจับกุมเพื่อนำไปขยายผลต่อในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ทราบว่ามีผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกลวงจากผู้ต้องหา กลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 200 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านเยน ซึ่งศาลแขวงนครโตเกียวได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 15 ราย​ ดังกล่าวในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนการส่งกลับคนต่างด้าวต่อไป

การแถลงผลการดำเนินการในครั้งนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยมุ่งหวังให้ประชาชนโดยทั่วไปทั้งไทยและญี่ปุ่นทราบและรู้เท่าทันถึงพฤติการณ์ของคนร้ายกลุ่มดังกล่าวซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ซึ่งอาจมีผู้ถูกหลอกลวงได้ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น เพื่อไม่ให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ หลงเชื่อและเกิดความเสียหายขึ้นได้

พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ยังกล่าวด้วยว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาส่วนใหญ่ ทราบว่าได้หลบหนีเข้ามาเพื่อทำงานในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลท้องถิ่น ป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ ​สตม.


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: