ติดต่อกับเรา
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กระบวนการยุติธรรม

ลุ้นระทึก..!!! ตำรวจ ระดับ สว.ถึง รอง ผบก.ตั้งตารอคำสั่งแต่งตั้ง คาดสัปดาห์นี้คลอด

ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่าจะแจกจ่ายเผยแพร่คำสั่งและให้ไปปฏิบัติงานในตำแหน่งใหม่ภายในสัปดาห์นี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เผยแพร่

วันที่

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเผยแพร่คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการวาระประจำปี 2561 ที่โยกย้ายแต่งตั้งตำรวจกว่า 5,400 ตำแหน่งออกมา หลังจากการประชุมพิจารณากลั่นกรองการแต่งตั้งแล้วเสร็จไปตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. เช่นเดียวกับการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเพื่อยกเว้นคุณสมบัติในตำแหน่งให้แก่ข้าราชการตำรวจบางนายก็แล้วเสร็จไปตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

มีรายงานว่าภายหลังการประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 28 ก.พ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่าจะแจกจ่ายเผยแพร่คำสั่งและให้ไปปฏิบัติงานในตำแหน่งใหม่ภายในสัปดาห์นี้ โดยต้องทบทวนอย่างรอบคอบ ไม่ให้เกิดความผิดพลาด เช่นการแต่งตั้งผู้ที่เสียชีวิตนำไปสู่การครหา เป็นต้น แต่ทว่าจนถึงวันนี้ยังไม่มีการเผยแพร่คำสั่งออกมาแต่อย่างใด ทั้งที่กระบวนการตามกฎหมายให้เวลาว่าการแต่งตั้งระดับสารวัตร ถึงรองผบก.ต้องแล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรายชื่อในบัญชีแต่งตั้ง รวมทั้งการลาออกของข้าราชการตำรวจบางนายที่มีผลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมไปถึงการเสียชีวิตของตำรวจที่ดำรงตำแหน่งสำคัญ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ในหมู่ข้าราชการตำรวจว่าทำให้มีตำแหน่งว่างนำไปสู่การพิจารณาแต่งตั้งโยกสลับอีกจำนวนหนึ่ง เป็นผลให้การทำบัญชีแต่งตั้งยังไม่สามารถเผยแพร่ได้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา
ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงสัปดาห์ก่อน เว็บไซต์กองสารนิเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่คำสั่งตร.ที่ 93-96/2562 แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ในตำแหน่งเลื่อนไหลและมีคุณสมบัติเฉพาะ เช่นพนักงานสอบสวน แพทย์ พยาบาล อาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ นักบิน ในระดับรองผบก.ถึงสารวัตร วาระ 2561 ออกมาแล้ว 371 ตำแหน่ง ลงนามโดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.โดยคำสั่งให้มีผลวันที่ 6 มี.ค. จากเดิมเผยแพร่คำสั่งเดียวกันในครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ให้มีผล 1 มี.ค. แต่มีการปรับแก้ในภายหลัง อย่างไรก็ตามวันนี้ (5 มี.ค.) ข้าราชการตำรวจที่อยู่ในข่ายจะต้องโยกย้าย ได้รับผลจากคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้กว่า 5,000 นายตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ คาดว่าคำสั่งชุดใหญ่ที่ลงนามโดย ผบ.ตร. จะทยอยเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์กองสารนิเทศในช่วงเย็นวันนี้เพื่อให้มีผลพร้อมกับคำสั่ง 371 ตำแหน่งก่อนหน้านี้ เพื่อให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งได้ไปปฏิบัติงานในตำแหน่งใหม่เพื่อเตรียมการรับการเลือกตั้ง ส.ส.ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ขณะที่การเลือกตั้งก็จะมีขึ้นในอีก 2 สัปดาห์

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

กระบวนการยุติธรรม

‘ผู้ช่วยฯรอย’ นั่งหัวโต๊ะประชุมถกจัดระบบใบสั่งจราจรฯซ้อน

‘เอกรักษ์’แม่งานหวังลดอุบัติเหตุ

เผยแพร่

วันที่

พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์
พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและใช้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร กรณีผู้กระทำผิดซ้ำ ตามโครงการพัฒนาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ในระยะที่ 4 ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพได้สนับสนุนให้กองบัญชาการศึกษา สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกระทำผิดกฎจราจรโดยใช้ระบบ ptm หรือ police ticket management มาใช้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโดยระบบนี้จะรวบรวมข้อมูลการกระทำความผิดต่างๆไว้และนำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการลดอุบัติเหตุ โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า ในปี 2561 พบมีการกระทำผิดกฎจราจรและออกใบสั่งเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 3 ล้านสองแสนกว่าครั้ง คิดเป็น 39 เปอร์เซ็นต์ โดยยอดรวมของปี 2560 มีการออกใบสั่ง 8 ล้าน 4 แสนกว่าครั้ง แต่ในปี 2561 มีการออกใบสั่ง 11 ล้าน 7 แสนกว่าครั้ง

จากการศึกษายังพบอีกว่า มีคนไทยที่มีใบสั่งซ้อนสูงสุด 144 ใบใน 1 ปี ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถขนส่งของภาคเอกชน ที่วิ่งขนส่งของทั่วประเทศแต่ถูกกล้องตรวจจับการกระทำความผิดอัตโนมัติ ในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และรถบรรทุกไม่ขับชิดขอบทางด้านซ้าย และมีผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับโดนจับซ้ำรวมกว่า 1,507 ราย ภายในรอบ 4 ปี

ด้านพลตำรวจตรีเอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า จากผลวิจัยดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่าปัญหาใบสั่งซ้ำซ้อนเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายเดิมไม่สามารถบังคับใช้ได้กับทุกคน และไม่ทำให้เกิดความหวาดกลัวในการลงโทษ จนกระทำผิดซ้ำ ทั้งนี้เชื่อว่าหลังพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับใหม่ บังคับใช้จะสามารถนำระบบตัดแต้มมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้ขับขี่เกิดความระมัดระวังในการขับรถไม่ให้ผิดกฎจราจร จนเกิดใบสั่งซ้ำซ้อนแบบที่ผ่านมา โดยในอดีตการใช้ระบบการตัดแต้มไม่สามารถใช้งานได้จริงเนื่องจากใบขับขี่เป็นแบบกระดาษและฐานข้อมูลของตำรวจและกรมการขนส่งทางบกไม่ได้เชื่อมโยงถึงกัน แต่กฎหมายใหม่บังคับให้ 2 หน่วยงานต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูล ทำให้ระบบการตัดแต้มมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้จริง

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาแนวทางการชำระใบสั่งที่ซ้ำซ้อนหลายใบในแบบเหมาจ่ายหรือลดราคา ในเรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถพิจารณาปรับลดเองได้ ต้องนำเรื่องเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลพิจารณา

ส่วนข้อมูลการศึกษาที่พบว่ามีคนเมาแล้วขับซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเกิดจากตัวผู้ขับขี่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนเกิดจากกฎหมายมีบทลงโทษที่ไม่รุนแรง ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ไม่เกรงกลัวกฎหมายและฝ่าฝืน ซึ่งในที่ประชุมอยู่ระหว่างการพิจารณานำปัญหาดังกล่าวหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขบทลงโทษในข้อหาเมาแล้วขับให้หนักขึ้น เหมือนอย่างในประเทศญี่ปุ่นที่มีการลงโทษผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย ในข้อหาสนับสนุนให้กระทำความผิด ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: