ติดต่อกับเรา
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด

เศรษฐกิจ-การเงิน

บล.กรุงศรีเผยกลยุทธ์ปี 2562 พัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มแบบครบวงจร

เพื่อยกระดับการลงทุนแบบครบวงจรผ่านช่องทางดิจิทัล โดยมีการขยายความร่วมมือกับกลุ่มฟินเทคเพื่อเสริมศักยภาพการ

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด

เผยแพร่

วันที่

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (บล.กรุงศรี) ในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยกลยุทธ์ธุรกิจในปี 2562 ด้วยการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับการลงทุนแบบครบวงจรผ่านช่องทางดิจิทัล โดยมีการขยายความร่วมมือกับกลุ่มฟินเทคเพื่อเสริมศักยภาพการให้บริการและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและขยายฐานลูกค้าให้เติบโตต่อเนื่อง

นายอุดมการ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ประสบความสำเร็จในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่มีการปรับโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ อาทิ ด้านกลุ่มงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ มีการขยายธุรกิจนักลงทุนสถาบันและวาณิชธนกิจ ในช่วงปี 2558-2561 บริษัทมีอัตราการเติบโตของส่วนแบ่งตลาดเฉลี่ยที่ 9% ต่อปี ขณะที่ด้านธุรกิจสถาบัน ส่วนแบ่งตลาดมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 20% ต่อปี และรายได้จากการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของธุรกิจสถาบันมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 40% ต่อปี ด้านธุรกิจวาณิชธนกิจซึ่งเริ่มรุกอย่างจริงจังในปี 2560 พบว่ามีปริมาณธุรกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยในปี 2560 มีจำนวน 12 บริษัท และปี 2561 มีจำนวน 4 บริษัท โดยบริษัทได้เป็นผู้ร่วมรับประกันการจัดจำหน่าย (IPO) จำนวน 15 บริษัท สำหรับในปี 2562 เรามีดีลที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 2-5 บริษัท ซึ่งในจำนวนนี้ มี 2 บริษัทที่บล.กรุงศรีเป็นแกนนำในการประกันการจัดจำหน่าย”

สำหรับกลยุทธ์ด้านดิจิทัล แพลตฟอร์ม บริษัทยังคงเดินหน้าต่อด้วยการมุ่งพัฒนา Ecosystem ของระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบ Application Programming Interface (API) เพื่อรวมระบบการซื้อขายทุกๆ ผลิตภัณฑ์การลงทุนเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว มีการปรับโครงสร้างทีมอีบิสซิเนสและนำกระบวนการทำงานในรูปแบบ Agile เข้ามาใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ในเวลาอันสั้น รวมทั้งการรวบรวมบทวิเคราะห์ และเครื่องมือที่ใช้ในการตัดสินลงทุนและเพิ่มพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น Finnomena ด้านการจัดพอร์ตการลงทุน Deepscope ด้าน Algorithm StockRadars ด้านข้อมูลประกอบการลงทุน โดยบล.กรุงศรี จะเป็นแกนกลางในการนำแพลตฟอร์มด้านการลงทุนมารวมไว้ด้วยกันเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้ในที่เดียว รวมทั้งแพลตฟอร์มด้านการลงทุนที่ทางบริษัทจะได้มีการพัฒนาขึ้นเองโดยการอาศัยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกบริษัท นับเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วขึ้น”

“ในด้านการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า บริษัทมุ่งเน้นบริการที่ให้ลูกค้าสัมผัสถึงประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเริ่มตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางการลงทุน การเปิดบัญชีผ่านระบบ Online มีการทำ E-KYC ตามข้อกำหนดของทางการ ลูกค้าจะสามารถเปิดบัญชีครั้งเดียวเพื่อทำธุรกรรมสินค้าประเภทต่างๆ ได้ในบัญชีเดียวและสามารถทำธุรกรรมการโอนผ่านมือถือได้ทุกที่ที่ต้องการ มีการวิเคราะห์สถานะพอร์ตการลงทุนและรวมรายงานการถือครองผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไว้ในระบบเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกและทำให้ลูกค้าเห็นภาพรวมการลงทุนของตนเองไว้ในที่เดียว นอกจากนี้ บริษัทได้มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรภายในองค์กรให้มีมุมมองในโลกยุคดิจิทัล และปลูกฝังแนวคิดในการสร้างความมั่งคั่งอย่างเป็นระบบ เพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลและนำเสนอบริการที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า”

“ในปีที่ผ่านมา บล.กรุงศรี ได้รับรางวัล SET Awards 2018 ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินการธนาคาร และการพัฒนาด้าน Digital Platform บริษัทยังได้รับรางวัล International Finance Awards 2018 จาก International Finance Magazine ด้าน Most Innovative Mobile Trading Application ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความก้าวหน้าในศักยภาพด้านดิจิทัลและความพร้อมที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้า” นายอุดมการกล่าวเพิ่มเติม


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

เศรษฐกิจ-การเงิน

กรุงศรีรายงานกำไรสุทธิสูงสุดจำนวน 12.7 พันล้านบาทในไตรมาส 1/2562

ด้วยกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุดจำนวน 12.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 104.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

เผยแพร่

วันที่

โดย

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/2562 ด้วยกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุดจำนวน 12.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 104.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยซึ่งเพิ่มขึ้น 95.6% จากการบันทึกกำไรจากการขายหุ้น 50% ในบริษัท เงินติดล้อ จำกัด ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นแสดงถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของกรุงศรีและการบริหารพอร์ตสินเชื่อที่สมดุล รวมทั้งการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญในไตรมาส 1/2562

· กำไรสุทธิ: จำนวน 12.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.9% จากไตรมาส 1/2561 และเพิ่มขึ้น 108.5% จากไตรมาส 4/2561 หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินติดล้อและค่าใช้จ่ายการชดเชยเกษียณอายุตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ กำไรสุทธิอยู่ที่ 6.9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรสุทธิราย ไตรมาสที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 11.5% จากไตรมาส 1/2561 และเพิ่มขึ้น 13.4% จากไตรมาส 4/2561

· เงินให้สินเชื่อ: เพิ่มขึ้น 2.3% คิดเป็นจำนวน 37.7 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561 โดยมีการเติบโตจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

· เงินรับฝาก: เพิ่มขึ้น 2.7% หรือจำนวน 39 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561

· ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): อยู่ที่ 3.79% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 3.67% ในไตรมาส 1/2561

· รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย: เพิ่มขึ้น 95.6% จากไตรมาส 1/2561 ปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรจำนวน 8.6 พันล้านบาทจากการขายหุ้น 50% ในบริษัท เงินติดล้อ จำกัด ให้กับพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ของกรุงศรี

· อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้: อยู่ที่ 38.7% ปรับตัวดีขึ้นจาก 46.1% ในไตรมาส 1/2561

· สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs): อยู่ที่ระดับ 1.99% ปรับตัวดีขึ้นจาก 2.08% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561

· อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้: ปรับตัวดีขึ้นมาที่ 165.7% จาก 160.8% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561

· อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง: อยู่ที่ 14.91%

นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธนาคารมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/2562 ด้วยกำไรสุทธิรายไตรมาส สูงสุดที่ 12.7 พันล้านบาท เติบโตมากกว่าเท่าตัวจากไตรมาส 1/2561 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ภายหลังการบันทึกกำไรหลังหักภาษีจำนวน 6.7 พันล้านบาทจากการขายหุ้นในบริษัทเงินติดล้อให้กับพันธมิตร ถ้าหากไม่รวมกำไรจากการขายเงินติดล้อและค่าใช้จ่ายการชดเชยเกษียณอายุตามกฏหมายแรงงานฉบับใหม่ กรุงศรียังคงมีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.9 พันล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.5% จากไตรมาส 1/2561

ในด้านการดำเนินงาน ธนาคารมีการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่ 2.3% และเงินรับฝากเพิ่มขึ้น 2.7% พร้อมทั้งการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้แสดงถึงความแข็งแกร่งโดยรวมของธนาคารและความสามารถในการบริหารพอร์ตที่สมดุล นอกจากนี้คุณภาพของสินทรัพย์ยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 1.99% เทียบกับระดับ 2.08% ณ สิ้นปี 2561”

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปี 2562 นายโกโตะกล่าวว่า “จากการที่เศรษฐกิจโลกได้เข้าสู่การชะลอตัวตาม วัฏจักร ธนาคารยังคงระมัดระวังปัจจัยต่างประเทศและผลกระทบต่อภาคส่งออกของไทย แม้ว่าการใช้จ่ายภาครัฐชะลอตัวลงและอุปสงค์ต่างประเทศลดลง ธนาคารยังมีมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังโดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ 3.8% สำหรับแนวโน้มต่อไป ธนาคารคาดว่าการใช้จ่ายในประเทศจะฟื้นตัวขึ้นจากปัจจัยด้านรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นและมาตรการด้านงบประมาณที่แข็งแกร่งขึ้น รวมทั้งการเร่งเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่ 6-8% สำหรับปีนี้ โดยยังคงมุ่งเน้นด้านการเสริมความแข็งแกร่งของดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน”

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 กรุงศรีซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าของไทยและเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.71 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.47 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.24 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 229.8

พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 14.91% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นของเจ้าของคิดเป็น 11.39%


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: