ติดต่อกับเรา
สวพ.FM 91 สวพ.FM 91

กระบวนการยุติธรรม

‘หนุ่มซามูไร’ โชคดี แท็กซี่เก็บเงินแสน ส่ง สวพ.FM 91 ประสานตามหาเจ้าของ

ในกระเป๋า มีเงินสด ธนบัตรสกุลเงิน ญี่ปุ่น และธนบัตรเงินบาทไทยรวมมูลค่า 153,000 บาท

สวพ.FM 91

เผยแพร่

วันที่

ที่ สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM 91 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายสมพร จ้อยนุแสง โชเฟอร์แท็กซี่ น้ำใจงาม ส่งคืนกระเป๋าสตางค์พร้อมเงินสด มูลค่ากว่า 1.5 แสนบาท ให้กับ Mr. Yamato Jinnai (นายยาโมโต้ จินไน) อายุ 29 ปี ชาวญี่ปุ่น หลังทำหล่นบนรถเมื่อช่วงค่ำวันที่ (8 ม.ค.) ที่ผ่านมา มีนางสาวไจตนย์ ศรีวังพล นางสาวจิตต์ผ่องใส ศรีวังพล นายสกล ถาวรกาญจน์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร สถานีฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายสมพร จ้อยนุแสง อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 23 หมู่ 8 ต.นาชุมแสง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ สีเหลือง ทะเบียน ทส 2822 กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 8 มกราคม 2562 ภายหลังจากที่ส่งผู้โดยสารภายในซอยสุขุมวิท 22 (สายน้ำผึ้ง) ตนขับรถตามเส้นทางลัดเพื่อจะมาออกซอยสุขุมวิท 24 ขณะขับรถอยู่กลางซอย มีผู้โดยสาร ผู้ชาย ชาวญี่ปุ่น เรียกใช้บริการ โดยให้ขับรถตรงออกไปปากซอยสุขุมวิท 24 แวะรับผู้ชาย ชาวญี่ปุ่น อีก 2 คน ข้างสรรพสินค้า เอ็มโพเรียม แล้วไปส่งที่ซอยคาวบอย สุขุมวิท 23

ชาวญี่ปุ่น ทั้ง 3 คน นั่งเบาะหลัง เมื่อตนส่งนักท่องเที่ยวเรียบร้อยแล้ว ตั้งใจขับรถกลับบ้านพัก นวนคร จังหวัดปทุมธานี แต่ขณะที่รถติดสัญญาณไฟจราจร แยกโบสถ์แม่พระ มีผู้หญิง เปิดประตูหลังขึ้นมานั่งบนรถ เตรียมจะบอกจุดหมายปลายทางเพื่อให้ตนไปส่ง แต่ผู้หญิง บอกว่า กระเป๋าสตางค์ใครทำหล่นไว้ จึงตัดสินใจปฏิเสธผู้โดยสารหญิงคนไทย พร้อมกับขอกระเป๋าสตางค์ แล้วรีบขับรถไปที่ซอยคาวบอย สุขุมวิท 23 แล้ววนรถหลายรอบ และขับรถไปที่ซอยสุขุมวิท 24 เพราะคิดว่า ชาวญี่ปุ่น น่าจะออกมาตามหา หลังจากรู้ตัวว่าทำกระเป๋าสตางค์หล่นหาย

นายสมพร กล่าวว่า หลังจากวนรถตามหาผู้โดยสาร ผู้ชาย ชาวญี่ปุ่น 3 คน กว่า 30 นาที ไม่พบจึงโทรศัพท์เข้ามาแจ้งที่ สวพ.FM 91 เมื่อเวลา 23.45 น. วันที่ 8 มกราคม เพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านทางวิทยุ ตามหาเจ้าของกระเป๋า พร้อมกับนำกระเป๋ามาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ ตรวจนับเงินในกระเป๋า มีเงินสด ธนบัตรสกุลเงิน ญี่ปุ่น ฉบับละ 10,000 เยน และธนบัตรเงินบาทไทย ฉบับละ 1,000 บาท รวมมูลค่า 153,000 บาท

“รู้สึก เป็นทุกข์ทันที หลังจากพบกระเป๋าพร้อมเงินสด จำนวนกว่า 100,000 บาท ตนไม่อยากได้ ไม่อยากถือเงินจำนวนนี้ กลัวเป็นเรื่องเป็นคดีความ ถ้าเรานำเงินคนอื่นไปใช้ ไม่มีประโยชน์เลย ขับรถหาเงินปีหนึ่ง หาได้มากกว่า 1 แสนบาท แต่ถ้าติดคุก ปีหนึ่งหาเงินไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ครอบครัวเดือดร้อนด้วย” นายสมพร กล่าว

ด้าน Mr. Yamato Jinnai (นายยาโมโต้ จินไน) อายุ 29 ปี หนุ่มชาวญี่ปุ่น กล่าวผ่านล่ามแปลว่า ไม่คิดว่ากระเป๋าสตางค์พร้อมเงินสดหล่นหายบนรถแท็กซี่ แต่คิดว่า หายขณะเที่ยวภายในซอยคาวบอย รู้สึกดีใจมาก เมื่อรู้ว่ามีคนเก็บได้แล้วนำมาส่งคืน เพราะตอนแรกทำใจแล้วว่าคงไม่ได้คืน


 

กระบวนการยุติธรรม

ตำรวจสน.สามเสน​ จับผู้ต้องหาเรียกค่าไถ่ญาติของตนเอง​ มูลค่า​ 3​ ล้าน​บาท​

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา คือ​ นายวรพงษ์ ปิ่นสุวรรณ์

เผยแพร่

วันที่

โดย

พล​ตำรวจ​ตรี​ คัชชา ธาตุศาสตร์
พล​ตำรวจ​ตรี​ คัชชา ธาตุศาสตร์

ณ ลานแถลงข่าว ชั้น1 อาคาร บช.น.​ พล​ตำรวจ​ตรี​ คัชชา ธาตุศาสตร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก.น.1),พัน​ตำรวจ​เอก​ นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (รอง​ผบก.น.1),พัน​ตำรวจ​เอก​ สามารถ พรหมชาติ ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​สามเสน​ (ผกก.สน.สามเสน),พัน​ตำรวจ​โท​ สิริพงษ์ วรผลึก รองผู้กำกับ​การ​สืบสวนสถานีตำรวจ​นครบาล​สามเสน​ (รอง​ผกก.สส.สน.สามเสน)​,พันตำรวจ​โท​ ธนพรหม ธนอาภากร สารวัตร​สืบสวน​สถานีตำรวจ​นครบาล​สามเสน​ (สว.สส.สน.สามเสน)​ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สามเสน ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีเรียกค่าไถ่มูลค่า 3 ล้านบาท​

พ.ต.อ.นครินทร์​ กล่าวว่า​ ได้มีบุตรของผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์​ที่สน.สามเสน​ ว่ามีบุคคลซึ่งเป็นญาติของตนเอง​ ได้จับ​มารดาของตนไปเรียกค่าไถ่​ โดยเรียกเงินจำนวน​ 3​ ล้าน​บาท​ แต่พวกตนไม่ยอมจ่ายจึงเข้าแจ้งความดังกล่าว​ จากการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าคนร้ายรายนี้เป็นญาติกัน​ จึงออกติดตามจนกระทั่งคนร้ายทราบว่าบุตรของผู้เสียหายเข้าแจ้งความ จึงชิงทรัพย์​สินที่ติดตัวของผู้เสียหายไปแล้วปล่อยทิ้งผู้เสียหายไว้ย่าน​ จ.ปทุมธานี​ แล้วหลบหนีไป​

พ.ต.อ.นครินทร์​ กล่าวต่อว่า​ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา คือ​ นายวรพงษ์ ปิ่นสุวรรณ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 ซอยเทพนิมิต 2 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ตามหมายจับศาลอาญาที่ 42/2562 ลงวันที่ 15 มกราคม 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการหรือไม่กระทำการ,หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น,เอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไปโดยใช้อุบายหลอกลวงฯ และชิงทรัพย์”

พล​ตำรวจ​ตรี​ คัชชา ธาตุศาสตร์

โดยจับกุมนายวรพงษ์​ฯ​ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2562 เวลาประมาณ 21.45 น. ที่บริเวณหน้าสามัคคีอพาร์ทเมนท์ ซอยสามัคคี 45 ถ.สามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี พร้อมด้วยของกลางคือ​ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอดคอร์ด สีเทา ทะเบียน วภ 4381 กรุงเทพมหานคร (ใช้ขับขี่ก่อเหตุและหลบหนี),โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง สีขาว จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ติดต่อเรียกค่าไถ่),เสื้อกั๊กผ้ายีนส์ จำนวน 1 ตัว,กางเกงขาสั้นสามส่วน แบบมีซิปรูดสีน้ำตาลอ่อนยี่ห้อ จีดับเบิ้ลยู จำนวน 1 ตัว,หมวกแก๊ปสีเทา จำนวน 1 ใบใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ

ต่อมาได้ร่วมกันจับกุม​ตัว​ นายธงชัย คำพันธ์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 1 ต.แพงใหญ่ อ.เหล่าเสือโก๊ก จ.อุบลราชธานี​ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 86/2562 ลงวันที่ 20 มกราคม 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง,ร่วมกันเรียกค่าไถ่,ร่วมชิงทรัพย์ และร่วมกันกระทำความผิดต่อเสรีภาพ” โดยจับนายธงชัยฯ​ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.62 เวลาประมาณ 15.00 น.ได้บริเวณทางเข้าหมู่บ้านประชานิเวศน์ 2 ถ.สามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี พร้อมด้วยของกลาง​ กุญแจมือ (ล๊อคข้อมือผู้เสียหาย)

พ.ต.อ.นครินทร์​ฯ​ กล่าวอีกว่า​ ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของ นางนฤมล หริรักษฐากูร ผู้เสียหาย (ลูกของน้องสาว) เคยติดต่อขอยืมเงินจาก น.ส.อลิน เหมะรัตน์ บุตรสาวผู้เสียหายหลายครั้ง ซึ่ง น.ส.อลินฯ ก็ให้ยืมบ้างไม่ให้ยืมบ้าง ครั้งสุดท้ายผู้ต้องหาขอยืมเงินจำนวน 20,000 บาท แต่ได้รับการปฏิเสธ ผู้ต้องหากับพวกจึงได้เดินทางด้วยรถยนต์มาที่บ้านผู้เสียหายแล้วใช้อุบายทำทีอาสารับผู้เสียหายไปทำธุรกรรมทางการเงินย่านแจ้งวัฒนะ​ ระหว่างทางได้ร่วมกับพวกข่มขู่ โดยนายธงชัย คำพันธ์ ใช้กุญแจมือใส่ข้อมือผู้เสียหายพร้อมใช้อาวุธมีดข่มขู่มิให้ขัดขืน ส่วนนายวรพงษ์ฯ ได้ใช้โทรศัพท์ของผู้เสียหาย และของตนเองติดต่อมาเพื่อเรียกค่าไถ่ตัวผู้เสียหายจาก น.ส.อลินฯ บุตรสาวและนายอาณัติ หริรักษฐากูร บุตรชายคนโตของผู้เสียหายตามลำดับ ต่อมาบุตรทั้งสองของผู้เสียหายได้พากันมาพบพนักงานสอบสวน สน.สามเสน เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหา

ในวันเดียวกัน​ เมื่อวันที่​ 11 ม.ค.62 ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง และรวบรวมข้อมูลเพื่อติดตามตัวผู้เสียหายและผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สามเสน ได้รับการติดต่อประสานทางโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก ว่าพบตัวผู้เสียหายอยู่ที่ร้านกาแฟในเขตพื้นที่ โดยได้รับตัวมาไว้ที่ สภ.สามโคก ไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนพร้อมด้วย น.ส.อลินฯ จึงเดินทางไปรับตัวมาให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวน และดำเนินการตามกฎหมาย

จากการสอบสวนผู้เสียหายได้ความว่า นายวรพงษ์ฯ ได้มาหาตนที่บ้านพักและอาสาขับขี่รถยนต์พาตนไปทำธุระ ระหว่างที่นั่งรถกันไปนั้นนายวรพงษ์ฯ ได้โทรศัพท์กลับมาหาบุตรของผู้เสียหายข่มขู่เรียกเงิน ค่าไถ่ 3 ล้าน​บาท จนเมื่อทราบว่ามีการแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายธงชัยฯ ซึ่งเป็นเพื่อนของนาย วรพงษ์ฯ ได้ใช้มีดขู่บังคับให้ผู้เสียหายส่งมอบเงินสดที่พกติดตัวจำนวน 30,000 บาทไปก่อนที่จะปล่อยตัวให้ผู้เสียหายลงย่านร้านกาแฟ ในพื้นที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี​ หลังจากนั้นผู้ต้องหาทั้งสองได้ขับขี่รถยนต์พากันหลบหนีไป ส่วนผู้เสียหายเมื่อลงจากรถยนต์ได้ขอความช่วยเหลือจากประชาชนย่านใกล้เคียง โดยได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก มารับตัว ซึ่งผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีรอยช้ำแดงที่ข้อมือขวา 2 จุด จากการถูกใส่กุญแจมือขณะถูกบังคับข่มขู่


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: