ติดต่อกับเรา

กระบวนการยุติธรรม

กองปราบฯ​ รวบสาวแสบเปิดเฟซบุ๊กหลอกเหยื่อทำงานต่างประเทศ

จากการสอบสวน น.ส.มัลลิกาฯ ให้การรับสารภาพว่ามีหน้าที่หาลูกค้าผ่านทางเฟซบุ๊ค

กองปราบปราม

เผยแพร่

วันที่

ที่ กองปราบปราม พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กองบังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.2 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ ปกรษณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร สารวัตร​กอง​กำกับการ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.2 บก.ป.)​ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่​กรมการจัดหางาน นำกำลังเข้า จับกุม น.ส.มัลลิกา พรมเสนา อายุ 26 ปี ชาว ต.เวียงทอง อ.สูงเม่น จ.แพร่​ ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.460/2561 ลงวันที่​ 22 ต.ค.61 ข้อหา “ร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต,หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง” โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพัก หมู่ 11 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี

พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายแจ้งความว่าเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ผู้ต้องหาได้ประกาศทางเฟซบุ๊คว่าสามารถพาคนงานไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น​ และเกาหลีใต้​ มีรายได้ดี แต่ต้องจ่ายค่าดำเนินการรายละ 1 แสนบาท โดยต้องจ่ายมัดจำก่อน 30,000–40,000 บาท เหยื่อหลงเชื่อหลายราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวต่อว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาเปิดร้านรับซื้อของเก่าอยู่กับสามี ที่ จ.กาญจนบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหามีหมายจับของศาลจังหวัดนครราชสีมา ข้อหาลักษณะดังกล่าวอีก 1 หมาย และเคยถูกตำรวจ สน.บางยี่ขัน จับกุม เมื่อวันที่ 30 มี.ค.61 ตามหมายจับของศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ 1132/2557 ลงวันที่​ 22 ธ.ค.57 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” อีกด้วย

จากการสอบสวน น.ส.มัลลิกาฯ ให้การรับสารภาพว่ามีหน้าที่หาลูกค้าผ่านทางเฟซบุ๊ค เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินมัดจำมาให้รายละ 30,000–40,000 บาทแล้วจะมีการนัดซักซ้อมวิธีการเพื่อผ่านตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของประเทศที่จะไปทำงาน เมื่อเหยื่อผ่านตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแล้วต้องชำระเงินให้ตนเพิ่มให้ครบ 100,000 บาท แต่ถ้ารายใดไม่ผ่านหรือไม่ได้เข้าประเทศ ก็จะไม่คืนเงินให้ จึงนำตัวผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวนสภ.พัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองปราบปราม

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

กระบวนการยุติธรรม

ตร.ปอศ. รวบพริตตี้เอี่ยวโกงแชร์มือหลุดวุ้น&อาย เสียหาย 163 ล้าน

การกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่กลุ่มคนที่หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก อีกทั้งทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

เผยแพร่

วันที่

โดย

ตร.ปอศ.
ตร.ปอศ.

เมื่อวันที่​ 16 มิ.ย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (บก.ปอศ.)​ พล​ตำรวจ​ตรี​ ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผบก.ปอศ.)​ และ พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผกก.5​ บก.ปอศ.)​ ได้สั่งการให้​ พัน​ตำรวจ​โท​ ภูวเดช จุลกะเสวี สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (สว.กก.5 บก.ปอศ.)​

นำกำลังเจ้าหน้าที่กก.5​ บก.ปอศ. จับกุม​ นางสาวนวรัตน์ เข็มนอก อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 2 ต.ตลาดไทร อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 781/2562 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม​ 2562​ ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีกลุ่มผู้เสียหายเดินทางร้องทุกข์ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ณัฐนรี เปาเล็ง,น.ส.รุ่งนภา อยู่ประพัฒน์ และนางสาวนวรัตน์ เข็มนอก กับพวก หลังถูกหลอกให้ระดมเงินทุนในรูปแบบการเล่นแชร์ในชื่อ “แชร์มือหลุดวุ้น & อาย​ ”ซึ่งมี น.ส.ณัฐนรีฯ  และ น.ส.รุ่งนภาฯ เป็นเจ้าของกลุ่มร่วมกันลงข้อมูลชักชวนลงทุนผ่านทางไลน์และเฟสบุ๊ก โดยอ้างว่าเป็นการเล่นแชร์ลงทุนเงินเพื่อหวังผลกำไรในระยะสั้นๆ มีทั้งเป็นวงแชร์ รายวัน ราย15 วัน และรายเดือน โดยมีสมาชิกลูกแชร์ที่เล่นในกลุ่มไลน์ร่วมกว่า 127 คน ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ได้หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของนางสาวนวรัตน์ฯ ซึ่งเป็นแม่ข่ายของกลุ่มนี้ ซึ่งต่อมาถึงเวลาครบกำหนดกลับไม่ได้เงินตามที่ตกลงไว้มูลค่าความเสียหายกว่า 163,069,519 บาท

ต่อมาทาง พล.ต.ต.ไมตรีฯ เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่กลุ่มคนที่หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก อีกทั้งทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่กก.5 บก.ปอศ.อนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไว้แล้วทั้งหมด พร้อมติดตามจับกุมมาดำเนินคดี กระทั่งสืบทราบว่านางสาวนวรัตน์ฯ รับงานเป็นพริตตี้เอ็มซี และได้มาอยู่ที่ย่านแพรกษา จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าจับกุม

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงผู้เสียหาย แต่รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มแชร์ในชื่อ “แชร์มือหลุดวุ้น & อาย” จริง โดยมีส่วนในการรับโอนเงินจากลูกข่ายของตน แล้วตนมีหน้าที่นำส่งให้กับแม่ข่าย ขณะเดียวกันก็ตกอยู่ในฐานะผู้เสียหายเช่นเดียวกัน เนื่องจากได้ลงทุนกับแชร์กลุ่มนี้และถูกโกงเงินกว่า 2.9 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาพยายามที่จะเคลียร์ยอดเงินให้ทางผู้เสียหายไปบ้างบางส่วน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนบก.ปอศ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มแชร์ “วุ้น&อาย” ถือเป็นกลุ่มแชร์ขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ทั้งในพื้นที่​ จ​.สุรินทร์,จ.นครราชสีมา และ​ จ.กระบี่ เป็นต้น โดยมีผู้เสียหายจากหลายสาขาอาชีพทั้งตำรวจ ทหาร พยาบาล โดยมีเจ๊วุ้น หรือนางสาวณัฐนรี เปาเล้ง เป็นท้าวรายใหญ่ ซึ่งคดีนี้ ยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหมายจับอีกหลายคน ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: