ติดต่อกับเรา
กองบังคับการ​ปราบปราม กองบังคับการ​ปราบปราม

กระบวนการยุติธรรม

พ่อร้องกองปราบฯ​ ให้ช่วยตามหาลูกสาว ม.2 รร.สายปัญญา น้อยใจให้เลี้ยงน้อง

​หนีออกจากบ้าน ให้ช่วยติดตามตัวน้องโยโย่ เพราะเกรงว่าจะถูกคนร้ายล่อลวงไปในทางไม่ดี

กองบังคับการ​ปราบปราม

เผยแพร่

วันที่

ที่ กองบังคับการ​ปราบปราม​ นายรณชัย​ เหล่าสุวรรณพงศ์ อายุ 41 ปี พร้อมด้วย​ น.ส. วันวิสาข์ เหล่าสุวรรณพงศ์ อายุ 38 ปี พ่อและอาของ ด.ญ.ทิพยรัตน์ เหล่าสุวรรณพงษ์ หรือน้องโยโย่ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ถนนกรุงเกษม แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.ที่หายตัวไปจากบ้านตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.61​ ที่ผ่านมา เดินทางเข้าพบ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กองบังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.)​เพื่อให้ช่วยติดตามตัวน้องโยโย่ เพราะเกรงว่าจะถูกคนร้ายล่อลวงไปในทางไม่ดี

น.ส.วันวิสาข์ฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.61​ เวลา 14.00 น.เมื่อเลิกเรียนมีคนเห็นหลานสาวนั่งรถสามล้อหายตัวไป เมื่อเกิน 24 ชั่วโมงแล้วจึงได้เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 1 ไว้ ล่าสุดพบว่าหลานสาวเปิดใช้งานเฟซบุ๊ก ที่ จ. ระยอง เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.61​ จึงได้ติดต่อไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอให้ช่วยติดตามหาตัวหลานสาว แต่ก็ยังไม่พบหลานสาวแต่อย่างใด มาถึงตอนนี้หลานสาวหายไปครบ 15 วัน และไม่สามารถติดต่อได้เลย

น.ส.วันสาข์ฯ กล่าวต่อว่า หลังจากหลานสาวหายตัวไป ได้ไปสอบถามเพื่อนสนิทที่โรงเรียนเพราะคิดว่าหลานคงหนีไปเที่ยวปีใหม่กับกลุ่มเพื่อนๆ แต่เพื่อนยืนยันว่าหลานสาวไม่ได้ไปเที่ยวด้วยแต่อย่างใด นอกจากนี้เพื่อนยังบอกว่าหลานสาวไม่มีแฟนและไม่ได้คบกับเพื่อนนอกโรงเรียน ที่ผ่านมาหลานสาวเป็นเด็กดีเรียนหนังสือเก่ง สอบได้ที่ 1 มาโดยตลอด ไม่เคยเกเร ไม่มีปัญหากับที่บ้าน แต่เบื้องต้นคาดว่าอาจเพราะ พ่อแม่ให้หลานสาวเลี้ยงน้องหลังเลิกเรียน จนทำให้ไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ และไปเรียนพิเศษอย่างที่ต้องการ อย่างไรก็ตามเมื่อ 2 เดือนก่อนหน้าที่จะหายตัวไป สายตาของหลานสาวมองพ่อกับแม่แปลกไปเหมือนมีอะไรอยู่ในใจ

“คิดว่าการหายตัวไปในครั้งนี้น่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลังซึ่งเป็นคนใกล้ชิดที่หลานสาวไว้ใจ เพราะหลานไม่มีเงินที่จะหลบหนีให้พ้นการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจเป็นคนที่หลานเคยติดต่อผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ทางครอบครัวไม่เชื่อว่าน้องโยโย่จะหนีไปคนเดียว ต้องมีผู้ใหญ่เป็นคนพาไปแน่นอน ซึ่งตอนนี้ห่วงว่าหลานจะถูกล่อลวงไปทำมิดีมิร้าย จึงอยากขอให้กองปราบปราม​ ช่วยตามหาหลานสาวให้ด้วยเพราะครอบครัวเป็นห่วงมาก” อาของน้องโยโย่ กล่าว

เบื้องต้น พ.ต.อ.ธงชัยฯ ได้รับเรื่องและสอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน ก่อนให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตามหาตัว ด.ญ.ทิพยรัตน์ ฯ​ ให้เจอโดยเร็วที่สุด

กองบังคับการ​ปราบปราม

กองบังคับการ​ปราบปราม

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

กระบวนการยุติธรรม

‘ผู้ช่วยฯรอย’ นั่งหัวโต๊ะประชุมถกจัดระบบใบสั่งจราจรฯซ้อน

‘เอกรักษ์’แม่งานหวังลดอุบัติเหตุ

เผยแพร่

วันที่

พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์
พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและใช้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร กรณีผู้กระทำผิดซ้ำ ตามโครงการพัฒนาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ในระยะที่ 4 ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพได้สนับสนุนให้กองบัญชาการศึกษา สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกระทำผิดกฎจราจรโดยใช้ระบบ ptm หรือ police ticket management มาใช้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโดยระบบนี้จะรวบรวมข้อมูลการกระทำความผิดต่างๆไว้และนำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการลดอุบัติเหตุ โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า ในปี 2561 พบมีการกระทำผิดกฎจราจรและออกใบสั่งเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 3 ล้านสองแสนกว่าครั้ง คิดเป็น 39 เปอร์เซ็นต์ โดยยอดรวมของปี 2560 มีการออกใบสั่ง 8 ล้าน 4 แสนกว่าครั้ง แต่ในปี 2561 มีการออกใบสั่ง 11 ล้าน 7 แสนกว่าครั้ง

จากการศึกษายังพบอีกว่า มีคนไทยที่มีใบสั่งซ้อนสูงสุด 144 ใบใน 1 ปี ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถขนส่งของภาคเอกชน ที่วิ่งขนส่งของทั่วประเทศแต่ถูกกล้องตรวจจับการกระทำความผิดอัตโนมัติ ในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และรถบรรทุกไม่ขับชิดขอบทางด้านซ้าย และมีผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับโดนจับซ้ำรวมกว่า 1,507 ราย ภายในรอบ 4 ปี

ด้านพลตำรวจตรีเอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า จากผลวิจัยดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่าปัญหาใบสั่งซ้ำซ้อนเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายเดิมไม่สามารถบังคับใช้ได้กับทุกคน และไม่ทำให้เกิดความหวาดกลัวในการลงโทษ จนกระทำผิดซ้ำ ทั้งนี้เชื่อว่าหลังพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับใหม่ บังคับใช้จะสามารถนำระบบตัดแต้มมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้ขับขี่เกิดความระมัดระวังในการขับรถไม่ให้ผิดกฎจราจร จนเกิดใบสั่งซ้ำซ้อนแบบที่ผ่านมา โดยในอดีตการใช้ระบบการตัดแต้มไม่สามารถใช้งานได้จริงเนื่องจากใบขับขี่เป็นแบบกระดาษและฐานข้อมูลของตำรวจและกรมการขนส่งทางบกไม่ได้เชื่อมโยงถึงกัน แต่กฎหมายใหม่บังคับให้ 2 หน่วยงานต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูล ทำให้ระบบการตัดแต้มมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้จริง

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาแนวทางการชำระใบสั่งที่ซ้ำซ้อนหลายใบในแบบเหมาจ่ายหรือลดราคา ในเรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถพิจารณาปรับลดเองได้ ต้องนำเรื่องเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลพิจารณา

ส่วนข้อมูลการศึกษาที่พบว่ามีคนเมาแล้วขับซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเกิดจากตัวผู้ขับขี่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนเกิดจากกฎหมายมีบทลงโทษที่ไม่รุนแรง ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ไม่เกรงกลัวกฎหมายและฝ่าฝืน ซึ่งในที่ประชุมอยู่ระหว่างการพิจารณานำปัญหาดังกล่าวหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขบทลงโทษในข้อหาเมาแล้วขับให้หนักขึ้น เหมือนอย่างในประเทศญี่ปุ่นที่มีการลงโทษผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย ในข้อหาสนับสนุนให้กระทำความผิด ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: