ติดต่อกับเรา
ธนาคารออมสิน ธนาคารออมสิน

เศรษฐกิจ-การเงิน

ออมสิน ชวนเที่ยวงานวันเด็กปี 2562 ภายใต้แนวคิด ‘คิดส์ดี คิดส์คุณภาพ Quality Kids’

เพื่อปลูกฝังนิสัยการออมตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมทั้งแจกของที่ระลึกให้แก่เด็กที่ฝากเงินหรือเปิดบัญชีด้วยตัวเองตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป

ธนาคารออมสิน

เผยแพร่

วันที่

ธนาคารออมสิน จัดกิจกรรม “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปี 2562 ณ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ภายใต้แนวคิด “คิดส์ดี คิดส์คุณภาพ : Quality Kids” กิจกรรมมากมาย ลงทะเบียนล่วงหน้าลุ้นรับของที่ระลึกชิ้นพิเศษ ร่วมกิจกรรมลุ้นรับทุนการศึกษา เล่นสนุกเพลิดเพลิน รับรางวัลจุใจ พร้อมเปิดทุกสาขาทั่วประเทศให้เด็กฝากเงินเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่ 8.30 – 12.00 น. เพียงฝากเงินหรือเปิดบัญชีด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป รับของที่ระลึกฟรี! “กระปุกออมสินตู้ATM”
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในวันเด็กแห่งชาติของทุกปี หน่วยงานต่างๆ ได้จัดกิจกรรมให้เด็กไทยได้เข้าไปมีส่วนร่วมทั้งเพื่อสันทนาการ สนุกสนาน และท้าทายความคิด ซึ่งธนาคารออมสิน เป็นหนึ่งในหน่วยงานของภาครัฐได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ได้จัดให้สอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ไว้ว่า “เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ” โดยธนาคารออมสินจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “คิดส์ดี คิดส์คุณภาพ : Quality Kids” ณ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่เวลา 8.00-12.00 น.

โดยการจัดงานภายใต้แนวคิด “คิดส์ดี คิดส์คุณภาพ : Quality Kids” เป็นแนวคิดเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีคุณค่า โดยสอดแทรกสาระสำคัญด้วยแนวคิด 3 ออม คือ ออมิเศรษฐกิจ ออมสังคม และออมสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ ของธนาคาร พร้อมสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ๆ ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยได้จัดพื้นที่ภายในสำนักงานใหญ่แบ่งกิจกรรมเป็นโซนต่างๆ รวมทั้งสิ้น 6 โซน โดยกิจกรรมในแต่ละโซนยังคงเน้นส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเด็กที่จะเข้าร่วมงานที่ทำบัตรประชาชนแล้วให้นำบัตรประชาชนมาลงทะเบียนเพื่อรับ QR Code ยืนยันตัวตน และรับพาสปอร์ตสำหรับนำไปเพื่อร่วมเล่นเกมร้วมกิจกรรมในฐานต่างๆ โดยจะมีบันทึกรายละเอียดสำคัญของเด็ก ข้อมูลการเข้าร่วมเกมหรือกิจกรรม ข้อมูลสะสมคะแนน
อย่างไรก็ตาม ธนาคารฯ ได้จัดลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับเด็กที่จะเข้าร่วมงานด้วยที่ http://gsbkids.com/ ตั้งแต่เที่ยงวันของวันที่ 8 มกราคม 2562 ถึงเที่ยงวันของวันที่ 11 มกราคม 2562 ได้รับสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึกจากการจับรายชื่อผู้โชคดี

“ภายในงานนี้เด็กๆ จะได้พบกับศิลปินนักร้องจากค่ายโมโนมิวสิค ศิลปินตลกจากรายการก่อนบ่ายคลายเครียด พิธีกรและโค้ชจากรายการเกรียนอัจฉริยะ รวมถึงรุ่นพี่คนเก่ง นักกีฬาทีมชาติ และไฮไลท์โชว์โดรนจากน้องมิลค์ แชมป์บินโดรนระดับโลก รวมถึงร่วมชมร่วมเชียร์การแข่งขัน E-Sport, ROV พบเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ ศิลปินตลกเดอะคอมเมอเดี้ยน จ๊ะทิงจา และพี่ออมจังพี่ตังค์ตรึม สติ๊กเกอร์ไลน์ของธนาคารออมสินขวัญใจน้องๆ ผ่านกิจกรรมที่เน้นความสุข สนุกสนาน ควบคู่ไปกับสาระที่ อาทิ กิจกรรมที่ถอดรูปแบบจริงจากโครงการของธนาคารออมสินที่มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมจริงในทุกๆ ด้าน ทั้ง ด้านดนตรี กีฬา และวิชาการ ได้แก่ ธนาคารโรงเรียน Virtual School Bank เพลินพิพิธภัณฑ์ยุคใหม่ Digital Branch Studio โดยเล่นครบทุกฐานกิจกรรม ได้สิทธิ์ลุ้นรับทุนการศึกษา 5,000 บาท อีกด้วย”นายชาติชาย กล่าว

ธนาคารออมสิน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่สำคัญ ด้วยการเปิดรับฝากเงินเป็นกรณีพิเศษ เพื่อปลูกฝังนิสัยการออมตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมทั้งแจกของที่ระลึกให้แก่เด็กที่ฝากเงินหรือเปิดบัญชีด้วยตัวเองตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ได้รับของที่ระลึก “กระปุกออมสินตู้ATM” 1 ชิ้น ต่อ 1 ราย (ของมีจำนวนจำกัด) ในเวลา 8.30-12.00 น. เท่านั้น ณ สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ รวมถึงสาขาอุ่นไอรักฯ ซึ่งเปิดภายในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาวฯ บริเวณสนามเสือป่า.


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

เศรษฐกิจ-การเงิน

ทีเอ็มบี (TMB Analytics) คาด ธปท. ยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75%

ยาวอย่างน้อยทั้งปี 2019 สวนทางธนาคารกลางหลายแห่งที่มีทีท่าจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย

เผยแพร่

วันที่

โดย

ทีเอ็มบี
ทีเอ็มบี

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) คาด ธปท. ยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ยาวอย่างน้อยทั้งปี 2019 สวนทางธนาคารกลางหลายแห่งที่มีทีท่าจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหรือใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายขึ้น ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มชะลอลง แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดดอกเบี้ยยังมีข้อจำกัดจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินของประเทศ

จากแนวโน้มเศรษฐกิจของหลายๆประเทศที่มีแนวโน้มแย่ลง ทำให้ในปีนี้ธนาคารกลางของหลายประเทศต่างก็ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงกันไปแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง ทั้งธนาคารกลางออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนอย่าง มาเลเซียและฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ ธนาคารกลางหลักของโลกก็เริ่มแสดงท่าทีว่าจะใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง โดย TMB Analytics คาดว่าธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจหลักอย่าง สหรัฐอเมริกา หรือ เฟด จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้ง ในปีนี้ ในขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นและยุโรปอาจใช้มาตรการทางการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มเติม หลังจากที่สภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เริ่มมีความน่ากังวลเพิ่มขึ้น สะท้อนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาย่ำแย่ ทั้งการจ้างงานที่ลดลงจากเฉลี่ย 223,000 คนต่อเดือนในปีที่แล้ว เหลือเพียง 155,000 คนในปีนี้ อีกทั้ง อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตุลาคมปี 2018 โดยล่าสุดอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนอยู่ที่เพียง 1.6% อีกทั้ง ตัวเลขของเศรษฐกิจหลักอื่นๆก็มีแนวโน้มแย่ลงเช่นกัน

ในขณะที่เศรษฐกิจไทยก็มีทิศทางชะลอลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงต้นปี และภาพการฟื้นตัวในช่วงปลายปีก็ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากสงครามการค้ายังมีความไม่แน่นอนสูง กระทบต่อการส่งออกไทย นอกจากนี้ ความล่าช้าของการจัดทำงบประมาณในปี 2563 ของรัฐบาลใหม่ อาจทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐต้องชะลอตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนภาครัฐที่อาจมาช่วยผลักดันการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนได้ในช่วงปลายปี จากทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอลงจากปีที่แล้ว อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ ธปท. พิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดดอกเบี้ยนโยบายอาจเป็นไปได้อย่างจำกัด ภายใต้แรงกดดันจากสินเชื่อรายย่อยของธนาคารพาณิชย์ที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องจนปัจจุบันแตะระดับ 4.6 ล้านล้านบาทแล้ว หรือขยายตัวสูงถึง 10.1% ในไตรมาสแรกปี 2019 ตรงข้ามกับภาคธุรกิจที่แม้จะได้รับอานิสงส์จากดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำมายาวนานกลับมีการขยายตัวของสินเชื่อในอัตราที่ต่ำ โดยในไตรมาสแรกขยายตัวเพียง 3.4% ลดลงจากปีที่แล้วที่ 4.4%

ยิ่งไปกว่านั้น สินเชื่อครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น กลับมีคุณภาพที่ตกต่ำลง โดยหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วันหรือ NPL ของสินเชื่อรายย่อยรวมสูงถึง 1.3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.75% ของสินเชื่อทั้งหมด โดยมี NPL ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยสูงสุดประมาณ 7.7 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ NPL สินเชื่อรถยนต์ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 24% สูงแตะระดับ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความสามารถในการจ่ายหนี้ที่ด้อยลงของประชาชน ดังนั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อเสถียรภาพระบบการเงิน เพราะอาจไปกระตุ้นการก่อหนี้ของภาคครัวเรือนให้สูงขึ้นไปอีก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคตได้

TMB Analytics มองว่า แม้ดอกเบี้ยนโยบายโลกจะมีทิศทางลดลง และเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ข้อจำกัดเกี่ยวกับเสถียรภาพระบบการเงินจะเป็นแรงกดดันให้ ธปท. ยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ และ คาดว่า ธปท. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ยาวตลอดปี 2019


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: