ติดต่อกับเรา

การเมือง

ยิ่งลักษณ์ ยิ้มร่า รับตำแหน่งประธานบริษัทคุมท่าเรือเมืองซัวเถา

แม้ว่าจะมีผลกำไรชายฝั่ง 460 เมตร และท่าเทียบเรือ 30,000 ตัน แต่ไม่สามารถแข่งขันกับพื้นที่ท่าเรือ Guang’ao ต้องการคนเก่งเข้าไปแก้ไข

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เผยแพร่

วันที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจดังกล่าวได้โพสต์ตึกที่ทำงานและแผนที่ประกอบ พร้อมระบุว่า “ที่ทำงานท่านประธาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร “SICT”(Shantou International Container Terminals) พื้นของท่าเรือมี 425,000 ตารางเมตร ความยาวคือ 460 เมตร ซึ่งสามารถตอบสนองการปฏิบัติการ ของเรือคอนเทนเนอร์สองลำขนาด 25,000 ตัน

มีลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ มีพื้นที่ 200,000 ตารางเมตร ให้บริการจัดเก็บกล่องสินค้าอันตราย และตู้เย็นมาตรฐาน 300 ตู้ คลังสินค้ารับส่งแบบใหม่ ตั้งอยู่ในอาคารครอบคลุมพื้นที่ 4,200 ตารางเมตร

มีการติดตั้งปั้นจั่นคอนเทนเนอร์ขั้นสูงสามตัวที่ด้านหน้าของอาคาร ซึ่งมีความสามารถในการยก 41 ตัน และ 25 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อชั่วโมง

ที่ลานแห่งนี้ติดตั้งเครนสำหรับตั้งสิ่งของ 41 ตันสำหรับการโหลดและขนถ่าย

นอกจากนี้เทอร์มินัลยังมีอุปกรณ์เสริมหลายอย่างเช่น รถเครนขนาด 50 ตัน รถเครนติดตั้งคอนเทนเนอร์ขนาด 40 ตัน ด้านหน้าตู้คอนเทนเนอร์เปล่า 8 ตัน รถยกคอนเทนเนอร์ขนาด 3 ตัน รถยก 3 ตันแบบเตี้ย”

ก่อนหน้านั้น เพจดังกล่าว ระบุว่า เมื่อรับตำแหน่งประธาน สิ่งที่ CEO ยิ่งลักษณ์ ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาคือ มีการถอนตัวของท่าเรือจูไห่ที่มีรายได้เกือบ 2 พันล้าน การถ่ายโอนส่วนหนึ่งของ Huizhou International Terminal ไปยัง Terminal Yantian Phase III

การประเมินบทบาทของบริษัท SICT แม้ว่าจะมีผลกำไรชายฝั่ง 460 เมตร และท่าเทียบเรือ 30,000 ตัน แต่ไม่สามารถแข่งขันกับพื้นที่ท่าเรือ Guang’ao ต้องการคนเก่งเข้าไปแก้ไข!

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

Posted by กรุงเทพ กรุงเทพ on Tuesday, 8 January 2019


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

การเมือง

‘โฆษก กห.’ ย้ำชัดไม่มี ‘บิ๊กป้อม’ ไม่กระทบรบ.

ย้ำว่าการหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษากัน เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น อย่างตรงไปตรงมาจะเป็นประโยชน์กับการพัฒนาประเทศชาติ

เผยแพร่

วันที่

โดย

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความพยามของกลุ่มการเมืองที่พยายามปลุกม็อบให้ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนว่า ถ้าเป็นม็อบที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นความตื่นตัวของการมีส่วนร่วมของคนหลายกลุ่ม หลายวัย ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมือง เราไม่ควรผลักไสให้ใครไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง เพราะทุกคนก็รักประเทศชาติ ทั้งนี้ยังย้ำว่าการหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษากัน เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น อย่างตรงไปตรงมาจะเป็นประโยชน์กับการพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งปีนี้เราเป็นเจ้าภาพอาเซียนด้วย ก็ควรแสดงออกด้วยการเป็นหนึ่งเดียวอย่างสร้างสรรค์ เพราะเราเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเมื่อ 10 ปีที่แล้ว กลายเป็นภาพจำมาถึงวันนี้ ดังนั้นเมื่อไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมในหลายเวทีของปีนี้ จึงควรมีความภูมิใจในชาติและประเทศ

เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายพยายามนำโมเดลการชุมนุมเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศฮ่องกงมาจุดกระแสในประเทศไทยนั้น พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า เงื่อนไขมีความแตกต่างกัน หากเราให้ข้อมูลครบถ้วนไม่บิดเบือน ด้วยใจเป็นกลาง ก็จะเข้าใจสังคมไปในทิศทางเดียวกัน ประเทศไทยยังไม่มีอะไรเสียหาย แต่เราห่วงว่าจะมาเคลื่อนไหวให้เป็นภาพลบกันเท่านั้นเอง เชื่อว่าทุกพลังเป็นพลังบวก ถ้าได้หาจุดลงตัวและเข้าใจถึงความตั้งใจของทุกฝ่าย ทุกวัย จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไป เพราะการคิดต่างเป็นเรื่องปกติ แต่สุดท้ายต้องยึดกฎกติกาสังคม และกฎหมาย ไม่เช่นนั้นสังคมอยู่ไม่ได้ จะใช้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลและกฎหมายไม่ได้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายตั้งหลักให้ดี

เมื่อถามว่า ในช่วงรอยต่อที่ยังไม่มีรัฐบาลกังวลต่อการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ หรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะสังคมอยู่ในกรอบกฎหมาย นโยบายยังเป็นการสานต่อ ไม่ได้เป็นนโยบายที่สร้างผลทางลบกับใคร ยกเว้นไปกระทบกับผู้ที่เสียประโยชน์จริงๆ กลุ่มเหล่านั้นก็ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ภายใต้กรอบ กติกา สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายแห่งมีการฝึกเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น คงไม่ใช่การฝึกเพื่อรับมือม็อบโดยเฉพาะ แต่อย่างที่บอกว่าปีนี้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องเตรียมในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย การจราจร เพื่อป้องกันไม่ให้ใครทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มเคลื่อนไหวหวังผลในการล้มรัฐบาลหลังจาก ไม่มีม.44ใช่หรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองอย่างนั้น วันนี้มีกลไกสภาฯ จึงอยู่ในกรอบของสภาฯ ที่สามารถพูดคุยกันได้ ตนเชื่อว่าการทำงานของพรรคการเมืองนั้น คงไม่มีพรรคการเมืองใดที่มีความประสงค์จะเคลื่อนไหวมาเพื่อล้มรัฐบาลนอกสภาฯ ก็ขอให้ใช้กลไกในสภาฯทำงานการเมืองให้เห็นว่าสมาชิกในสภาฯ ได้ปรับเปลี่ยนการทำงานการเมืองแบบใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและมั่นใจ เมื่อถามว่า ถ้าไม่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว. กลาโหม ในครม.ชุดใหม่จะมีคนเหมาะสมมาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยต่อไปหรือไม่ พลโทคงชีพ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าประเทศไทยไม่ขาดคนดี ใครมาก็ทำหน้าที่ได้ทั้งนั้น ขอให้เราเชื่อมั่นและไว้ใจกัน ตนเชื่อว่าทุกคนรักประเทศไทยด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครคิดทำลายประเทศตัวเอง ถ้าเข้าใจตรงจุดนี้ก็พูดคุยกันได้ เพราะเราไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามและไม่ได้เป็นศัตรูกัน


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: