ติดต่อกับเรา
พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง

กระบวนการยุติธรรม

ตชด.ร่วมกับคณะนักศึกษามหานคร รุ่นที่ 4 มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค

และสร้างบ้านให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ปาบึก”

พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง

เผยแพร่

วันที่

พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน​ (ผบช.ต​ชด.)​ ร่วมกับคณะนักศึกษามหานคร รุ่นที่ 4 มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค และสร้างบ้านให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของพลเอกประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้หน่วยงานราชการเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ปาบึก”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยพลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ต​ชด.)​ ได้สั่งการให้ตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ เข้าให้การช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งปัจจุบันพายุโซนร้อน “ปาบึก” ได้ผ่านไปแล้ว แต่ยังคงมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ “ปาบึก” ต้องการความช่วยเหลือจำนวนมาก ซึ่งตำรวจตระเวนชายแดนได้เข้าให้การช่วยเหลือฟื้นฟู บรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน

การเข้าให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้กำหนดพื้นที่ในการดำเนินการ โดยพิจารณาพื้นที่​ ที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าให้การช่วยเหลือ ซึ่งคณะนักศึกษามหานคร รุ่นที่ 4 ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน จัดหาอุปกรณ์สร้างบ้านให้กับ นายอุดร ชูทอง บ้านเลขที่ 397/1 ม.5 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีฐานะยากจน โดยใช้ช่างจากตำรวจตระเวนชายแดนดำเนินการ นอกจากนี้ ได้นำสิ่งของจำเป็นเครื่องอุปโภค บริโภค แจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง

พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง

พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง

พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง

พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง

พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

กระบวนการยุติธรรม

‘ผู้ช่วยฯรอย’ นั่งหัวโต๊ะประชุมถกจัดระบบใบสั่งจราจรฯซ้อน

‘เอกรักษ์’แม่งานหวังลดอุบัติเหตุ

เผยแพร่

วันที่

พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์
พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พลตำรวจโท รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและใช้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร กรณีผู้กระทำผิดซ้ำ ตามโครงการพัฒนาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ในระยะที่ 4 ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพได้สนับสนุนให้กองบัญชาการศึกษา สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกระทำผิดกฎจราจรโดยใช้ระบบ ptm หรือ police ticket management มาใช้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโดยระบบนี้จะรวบรวมข้อมูลการกระทำความผิดต่างๆไว้และนำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการลดอุบัติเหตุ โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า ในปี 2561 พบมีการกระทำผิดกฎจราจรและออกใบสั่งเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 3 ล้านสองแสนกว่าครั้ง คิดเป็น 39 เปอร์เซ็นต์ โดยยอดรวมของปี 2560 มีการออกใบสั่ง 8 ล้าน 4 แสนกว่าครั้ง แต่ในปี 2561 มีการออกใบสั่ง 11 ล้าน 7 แสนกว่าครั้ง

จากการศึกษายังพบอีกว่า มีคนไทยที่มีใบสั่งซ้อนสูงสุด 144 ใบใน 1 ปี ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถขนส่งของภาคเอกชน ที่วิ่งขนส่งของทั่วประเทศแต่ถูกกล้องตรวจจับการกระทำความผิดอัตโนมัติ ในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และรถบรรทุกไม่ขับชิดขอบทางด้านซ้าย และมีผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับโดนจับซ้ำรวมกว่า 1,507 ราย ภายในรอบ 4 ปี

ด้านพลตำรวจตรีเอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า จากผลวิจัยดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่าปัญหาใบสั่งซ้ำซ้อนเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายเดิมไม่สามารถบังคับใช้ได้กับทุกคน และไม่ทำให้เกิดความหวาดกลัวในการลงโทษ จนกระทำผิดซ้ำ ทั้งนี้เชื่อว่าหลังพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับใหม่ บังคับใช้จะสามารถนำระบบตัดแต้มมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้ขับขี่เกิดความระมัดระวังในการขับรถไม่ให้ผิดกฎจราจร จนเกิดใบสั่งซ้ำซ้อนแบบที่ผ่านมา โดยในอดีตการใช้ระบบการตัดแต้มไม่สามารถใช้งานได้จริงเนื่องจากใบขับขี่เป็นแบบกระดาษและฐานข้อมูลของตำรวจและกรมการขนส่งทางบกไม่ได้เชื่อมโยงถึงกัน แต่กฎหมายใหม่บังคับให้ 2 หน่วยงานต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูล ทำให้ระบบการตัดแต้มมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้จริง

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาแนวทางการชำระใบสั่งที่ซ้ำซ้อนหลายใบในแบบเหมาจ่ายหรือลดราคา ในเรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถพิจารณาปรับลดเองได้ ต้องนำเรื่องเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลพิจารณา

ส่วนข้อมูลการศึกษาที่พบว่ามีคนเมาแล้วขับซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเกิดจากตัวผู้ขับขี่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนเกิดจากกฎหมายมีบทลงโทษที่ไม่รุนแรง ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ไม่เกรงกลัวกฎหมายและฝ่าฝืน ซึ่งในที่ประชุมอยู่ระหว่างการพิจารณานำปัญหาดังกล่าวหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขบทลงโทษในข้อหาเมาแล้วขับให้หนักขึ้น เหมือนอย่างในประเทศญี่ปุ่นที่มีการลงโทษผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย ในข้อหาสนับสนุนให้กระทำความผิด ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: