ติดต่อกับเรา
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายศรีสุวรรณ จรรยา

การเมือง

อายเด็กเสียบ้าง ศรีสุวรรณ แฉโค่นไม้นับ10ไร่ ต้อนรับนายก

เพื่อแลกกับการปลูกต้นไม้ต้นเดียวของนายกรัฐมนตรี

นายศรีสุวรรณ จรรยา

เผยแพร่

วันที่

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ออกแถลงการณ์ ในนามสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่อง “ทำไมต้องปรับเกรดที่ดินนับ 10 ไร่ที่โล่ใหญ่ชัยภูมิเพื่อให้นายกฯมาปลูกต้นไม้เพียงต้นเดียว” ว่า

ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.61 ไปเป็นประธานในพิธีเปิดฝาย ลำดับที่ 111 โดยได้ทำพิธีตอกเสาเอกฝายมีชีวิต เพื่อขอขมาพระแม่ธรณี พระแม่คงคา และเจ้าป่าเจ้าเขา เพื่อให้ความชุ่มชื้นอยู่คู่กับป่าตลอดไป จากนั้นได้เปิดระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และปลูกต้นไม้ “ต้นรวงผึ้ง” ตามโครงการ “ป่ารักษ์น้ำโล่ใหญ่ชัยภูมิ” ณ บริเวณจุดสกัดโล่ใหญ่ อุทยานแห่งชาติตาดโตน อำเภอเมืองชัยภูมิ พร้อมกับยิงเมล็ดพันธุ์มะค่าโมงเข้าสู่พื้นที่ป่า และเยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติของจังหวัดชัยภูมิ การจัดการสัตว์ป่า และการจัดการไฟป่า ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครนั้น

แต่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ย้อนแย้ง ที่ไม่น่าใช้เป็นเยี่ยงอย่างของระบบราชการและการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะ คือ การเดินทางไปปลูกป่าครั้งนี้ข้าราชการในพื้นที่ได้มีการนำรถแทรกเตอร์มาเกรดพื้นที่ดิน ปรับพื้นที่ทำลายต้นไม้ต่าง ๆ เป็นวงกว้างนับ 10 ไร่ เพื่อรองรับเฮลิคอปเตอร์ของนายกรัฐมนตรีที่จะลงมาจอด “เพียงเพื่อมาปลูกต้นไม้ต้นเดียว” แต่ต้องไปทำลายต้นไม้ที่กำลังเติบโตตามธรรมชาตินับพันต้น เป็นการเหมาะสมแล้วหรือ ?

การที่นายกรัฐมนตรีได้ปราศรัยโดยฝากให้ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ป่าไม้ที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง และขอให้มีการรวมตัวของชุมชนในการช่วยกันดูแลรักษาป่าและใช้ประโยชน์จากป่าอย่างรู้คุณค่า พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาในด้านอื่น ๆ ซึ่งจะต้องรู้จักใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด เพราะเมื่อมีป่าที่สมบูรณ์ มีน้ำที่สมดุล ก็จะมีชีวิตที่มีความสุขนั้น

แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นจริงกับคำพูดนายกฯ กลับเป็นข้อครหาของชาวบ้านอย่างมาก ชี้ให้เห็นว่าระบบราชการโดยเฉพาะในกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังคงมีพฤติการณ์เอาใจนาย โดยไม่สนใจวัตถุประสงค์โครงการ “ป่ารักษ์น้ำโล่ใหญ่ชัยภูมิ” นั้นคืออะไร ที่สำคัญการลงพื้นที่ปลูกป่าโล่ใหญ่ของนายกรัฐมนตรีได้มีกระบวนการกีดกันไม่ให้ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทยานแห่งชาติตาดโตนเข้าไปต้อนรับนายกรัฐมนตรี โดยใช้เทคนิคการแจกบัตรติดหน้าอกให้เฉพาะชาวบ้านที่เจ้าหน้าที่ถูกเลือกแล้วเท่านั้นไปเชียร์ ส่วนชาวบ้านที่เดือดร้อนกลับถูกกีดกันไม่ให้เข้างานเข้าร้องเรียน เพราะอาจกลัวความจริงจะถูกเปิดเผยออกมาประจานหรือไม่

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจึงขอเรียกร้องให้กรมอุทยานฯและนายกรัฐมนตรี หากในอนาคตจะไปสร้างภาพปลูกป่า ควรขับรถหรือเดินเท้าขึ้นไปปลูกป่า ถ้าทำไม่ได้ก็ขอให้นั่งสั่งการผ่าน Video Conference จากในห้องแอร์ก็พอแล้ว เพราะต้นไม้ที่ถูกเกรดทำลายไปนับ 10 ไร่กับการปลูกต้นไม้ต้นเดียวของนายกรัฐมนตรีนั้น “อายเด็กเสียบ้าง”

นายศรีสุวรรณ จรรยา


 

การเมือง

ชูชาติ เตือน ธนาธร เข้าข่ายผิดกม.เลือกตั้งส.ส.- เพิกถอนสิทธิลต.20ปี

กรณีที่พรรคอนาคตใหม่ลงประวัติของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค

เผยแพร่

วันที่

โดย

นายชูชาติ ศรีแสง
นายชูชาติ ศรีแสง

นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า Chuchart Srisaeng โดยมีเนื้อหาดังนี้

…..พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑

…..มาตรา ๗๓ บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนน ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
……….(๑)
……….(๒)
……….(๓)
……….(๔)
……….(๕) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

…..กรณีที่พรรคอนาคตใหม่ลงประวัติของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ในเวปเพจของพรรคว่า นายธนาธรเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ๒ สมัย ในช่วงปี ๒๕๕๑ ถึง ๒๕๕๔ เพื่อต้องการให้คนทั่วไปทราบว่า นายธนาธรเป็นมีความรู้ความสามารถมากเป็นพิเศษ เพราะได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่อายุ ๓๐ ปีเศษเท่านั้นเอง ซึ่งยังไม่มีใครได้ดำรงตำแหน่งนี้ในขณะอายุ ๓๐ ปีเศษเลย

…..แต่ปรากฎว่าข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ ความจริงคือนายธนาธรไม่เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเลย

…..ดังนั้นการลงข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าวในเวปเพจของพรรคอนาคตใหม่ จึงเป็นการหลอกลวงและจูงใจให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ จึงเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา ๗๓ (๕)

…..เมื่อเป็นความผิดตามมาตรา ๗๓(๕) ก็มีโทษตามมาตรา ๑๕๙ ที่บัญญัติว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๓ (๓) (๔) หรือ (๕) ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับต้ังแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือท้ังจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี และให้นําความในมาตรา ๑๕๘ วรรคสอง มาใช้บังคับด้วย
…..มาตรา ๑๕๘ วรรคสองบัญญัติว่า ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทําความผิดตามมาตรา ๗๓ (๑) หรือ (๒) ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนําจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจํานวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนําจับ

…..กล่าวโดยสรุปก็คือ การกระทำความผิดตามมาตรา ๗๓ (๕) มีโทษจำคุก ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด ๒๐ ปี ทั้งให้ศาลสั่งให้ผู้กระทำความผิดจ่ายสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับให้แก่ผู้แจ้งความด้วย

…..กรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวนายธนาธรซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ จะอ้างเจ้าหน้าของพรรคกระทำไปโดยเข้าใจผิดไม่ได้ เพราะข้อความดังกล่าวอยู่ในเวปเพจของพรรคอนาคตใหม่ถึง 5 เดือนเศษ

…..ความผิดดังกล่าวเป็นควมผิดอาญาแผ่นดิน ดังนั้นผู้ใดจะไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจก็สามารถกระทำได้ และมีสิทธิที่จะได้รับสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับที่ศาลสั่งปรับผู้กระทำผิดด้วย ผู้ใดอยากได้สินบนนำจับก็ไปแจ้งความได้เลย.


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: