ติดต่อกับเรา
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นายสมชัย ศรีสุทธิยากร

การเมือง

สมชัย เห็นแย้ง วิษณุ ย้ำ 4 ข้อห้าม ที่ 4 รมต. ไม่ควรกระทำ

กฎหมายไม่ได้บอกให้ลาออก แต่วิญญูชนควรรู้ว่า อะไรควรทำ ไม่ควรทำ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร

เผยแพร่

วันที่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุเนื้อหาว่า การอ้างว่า รมต.สมัยก่อนๆไม่เคยลาออกช่วงเลือกตั้ง เป็นตรรกะที่ไม่ครบถ้วน มีความเห็นจากหลายฝ่าย (รองนายกวิษณุ และ อดีตประธาน กกต.) ระบุว่า ๔ รมต.ที่ไปตั้งพรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องลาออก ด้วยเหตุผลในอดีตว่าที่ผ่านมาทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งก็ไม่เคยมีรัฐมนตรีลาออกนั้น เป็นตรรกะที่ถูกเพียงครึ่งเดียว เนื่องจาก การดำรงอยู่ของ รัฐมนตรีในภาวะปกติและภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแตกต่างกัน

รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๙ ระบุว่า ในช่วงการเลือกตั้ง รัฐมนตรีในครม.รักษาการ จะทำ ๔ เรื่องไม่ได้ คือ ๑) การอนุมัติงบประมาณโครงการที่ผลผูกพันรัฐบาลหน้า ๒) การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ (เว้นที่ กกต.เห็นชอบ) ๓) ใช้เงินสำรองจ่าย ฉุกเฉินจำเป็น(เว้นแต่ กกต.เห็นชอบ) และ ๔) ใช้ทรัพยากรหรือบุคคลของรัฐเพื่อการหาเสียง

มาตราดังกล่าว บังคับใช้เฉพาะกรณีที่อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร แล้ว ครม.ทั้งชุดต้องพ้นจากตำแหน่งแล้วให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อ (ครม.รักษาการ)จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ แต่ไม่ใช่กรณีเลือกตั้งครั้งแรก ที่ครม.ยังมีอำนาจเต็ม ไม่ใช่ ครม.รักษาการ

ดังนั้น ๔ รัฐมนตรี หากไม่ลาออกในช่วงเลือกตั้ง แล้วไปกระทำการใน ๔ เรื่องข้างต้น เช่น บังเอิญไปใช้ทรัพยากรของรัฐที่หมิ่นเหม่ไปในทางหาเสียง หรือไปอนุมัติงบประมาณหรือโครงการใดๆ ที่มีผลผูกพันรัฐบาลชุดต่อไปหรืออนุมัติงบฉุกเฉิน และมีลักษณะเป็นการหาเสียง จะเกิดการฟ้องร้องตีความกันอีกว่า ทำได้หรือทำไม่ได้ ยิ่งเป็นเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการจะเกิดความวุ่นวาย หากแต่งตั้งแล้วเป็นโมฆะภายหลัง

กฎหมายไม่ได้บอกให้ลาออก แต่วิญญูชนควรรู้ว่า อะไรควรทำ ไม่ควรทำ

ยิ่งวิญญูชนยิ่งควรรู้ว่า อะไรควรพูด ไม่ควรพูด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

การเมือง

‘พี่ศรี’ จัดหนักอีกรอบลุยร้อง ‘กกต.’ สอย 2 ส.ว.

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

เผยแพร่

วันที่

โดย

นายศรีสุวรรณ จรรยา
นายศรีสุวรรณ จรรยา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (21 พ.ค.) เวลา 10.00 น. สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนและวินิจฉัย 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม อันอาจเข้าข่าย มาตรา 111(4) ประกอบ มาตรา 108 ข.ลักษณะต้องห้าม (1) มาตรา 98 (8) (10) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 14 (10) (12) ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 และข้อ 3 และข้อ 52(10) (12) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 2561

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม รายแรก คือ ลำดับที่ 146 ซึ่งบุคคลดังกล่าว เคยกระทำผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วตามมาตรา 98 แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2535 กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่ง “ไล่ออกจากราชการ” และต่อมาอัยการได้มีการนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลยุติธรรม ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 192/2559 และศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่1435/2559 มีคำสั่งจำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี แม้จะมีการอ้างว่า ได้รับการล้างมลทินตามพรบ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา 2550 แล้ว แต่กฤษฎีกาได้วินิจฉัยแล้วว่า ไม่ได้รับประโยชน์จากการล้างมลทินดังกล่าว

รายที่สอง คือ ลำดับที่ 197 เคยถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างที่ดิน โดยศาลนครปฐมได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 1212/2557 คดีหมายเลขแดงที่ 1611/2557 โดยบุคคลดังกล่าวได้ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ศาลจึงลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และปรับ 13,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษเอาไว้ มีกำหนด 3 ปี ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว

การกระทำของ 2 สมาชิกวุฒิสภาดังกล่าว อาจเข้าข่ายการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย ซึ่งหาก กกต.พบว่า คุณสมบัติมีลักษณะต้องห้ามจริง ก็จะต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ออกจากตำแหน่ง พร้อมดำเนินการลงโทษหรือเอาผิดตาม มาตรา 74 และมาตรา 75 ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 ต่อไป


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: