ติดต่อกับเรา
พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร

กระบวนการยุติธรรม

‘ตร.พัทยา’ รวบ 2 หนุ่มใต้ก่อคดีวิ่งราวทรัพย์เมียฝรั่ง หลังก่อเกิดเหตุแค่ข้ามคืน

โดยผู้เสียหายมาชี้ตัวยืนยันผู้ต้องหาในระหว่างการแถลงข่าวการจับกุม

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร

เผยแพร่

วันที่

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ปพนพัชร์ ใบยา รอง ผกก.สส. , พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ สีแสง สว.สส. พ.ต.ท.ฐานานนท์ อธิพันสีห์ สว.สส. พร้อมทีมตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ตำรวจสืบสวน ตม.จว.ชลบุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาก่อคดีวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยว มีผู้ต้องหา2ราย คือ 1.นายสามาอาหลี หรือหลี ดือราแม อายุ 25 ปี และ 2.นายมูอำมัดบูคอรี หรือยี ตะดละดิง อายุ 21 ปี บ้านเดิมอยู่ อ.สุไหงโกลก จจ.นาริวาส ด้วยกันทั้งสองคน พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าคลิ้กสีขาวดำ หมายเลขทะเบียน 2กฌ-8924 ชลบุรี เสื้อสีดำหมวกกันน๊อคที่ใช้ก่อเหตุ และ ทรัพย์สินที่ก่อเหตุมา มี โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ หัวเว่ย 1 เครื่อง บัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์2ใบ ซึงเป็นของ นางสาวตุ่ม (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายมาชี้ตัวยืนยันผู้ต้องหาในระหว่างการแถลงข่าวการจับกุม

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่าสำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่3 ธ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียหายพร้อมแฟนหนุ่มต่างชาติชาวสหรัฐอเมริกากำลังเดินอยู่บริเวณพัทยาซอย4 ชายหาดพัทยา ใกล้เคียงหน้าโรงแรมเบลล่าวิลล่า ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้ถู กคนร้ายเป็นชายไทย2คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์กระชากกระเป๋าของผู้เสียหายแล้วขับรถหลบหนีไปพร้อมทรัพย์สินของผู้เสียหาย ภายหลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา รีบลงพื้นที่ไปตรวจสอบเร่งหาข้อมูลเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุและได้ร่วมกันประสานงานตำรวจสืบสวน ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา และ ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกันหาเบาะแสตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุเนื่องจากผู้เสียหายนั้นเป็นนักท่องเที่ยวส่งผลทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวพัทยาเสียหาย จนกระทั่งพบเบาะแสจากกล้องงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุจับภาพคนร้ายและรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุไว้ได้ จึงทำการสืบสวนติดตามรถของคนร้ายไปจนทาบว่ารถของคนร้ายนั้นเป็นของหญิงสาวคนหนึ่งจึงตามไปตรวจสอบก็ทราบว่ารถที่คนร้ายนำมาใช้ก่อเหตุนั้นคนร้ายได้ยืมมาจากพี่สาวที่เป็นเจ้าของรถซึ่งเจ้าของรถนั้นไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย ตำรวจชุดสืบสวนจึงขยายผลจนไปจนสามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้คาที่พักในห้องเช่าไม่มีชื่อ ริมทางรถไฟเขต เขตุพื้นที่ของ สภ.หนองปรือ โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนนั้นถูกจับตัวได้พร้อมของกลางที่ก่อเหตุมาซึ่งอยู่ภายในห้องพักจึงนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองพัทยา ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหาที่เป็นชาวนราธิวาส หรือชาวใต้ ทั้งคู่นั้นเป็นเพื่อนรักสนิทกันมาก ก็ยอมรับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์จริง และยอมรับว่าเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาได้ร่วมกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์นักท่อเที่ยวชาวรัสเซีย ขณะเดินอยู่แถวๆห้างบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้าพัทยากลาง ได้ทรัพย์สินมาจำนวนหนึ่งแล้วแบ่งกัน เหลือแค่โทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นของผู้เสียหายที่ผู้ต้องหายังเอาไว้ใช้ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหานั้นพบนายสามาอาหลี หรือหลี ผู้ต้องหาคนแรกนั้นเคยต้องโทษคดียาเสพติดและอาวุธปืน ส่วนนายมูอำมัดบูคอรี หรือยี ยังไม่เคยต้องโทษมาก่อน เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหะนะก่อเหตุ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี จบคดีได้หลังเกิดเหตุไม่ถึงข้ามคืน

ทั้งนี้ผลงานการจับกุมตัวผู้ต้องหาวิ่งราทรัพย์ได้ในครั้งนี้ถือว่าเป็นผลงานของตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ที่ทำงานจริงจังรวดเร็วเป็นตำรวจยุดใหม่อย่างแท้จริง น่ายกย่องให้เป็น ตำรวจพัทยายุคใหม่ตามจับโจรได้ทันใจ เลยทีเดียว”พ.ต.อ.อภิชัย”กล่าว

ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ จ.ชลบุรี


 

กระบวนการยุติธรรม

‘บิ๊กโจ๊ก’ เผย ตำรวจจับมือ กสทช. ตั้งวอร์รูม เฝ้าระวังการกระทำผิดทางโซเชียลมีเดียช่วงเลือกตั้ง

ที่มีการใช้สื่อโซเชียลดำเนินการทางการเมืองมากขึ้น แต่ไม่ได้จับตาเพจการเมืองใดเป็นพิเศษ

เผยแพร่

วันที่

โดย

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล
พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ กสทช. จัดทำวอร์รูม เฝ้าระวังการใช้สื่อโซเชียลในทางที่ผิดอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ช่วงการเลือกตั้ง ที่มีการใช้สื่อโซเชียลดำเนินการทางการเมืองมากขึ้น แต่ไม่ได้จับตาเพจการเมืองใดเป็นพิเศษ เพราะหากมีการกระทำผิดเกิดขึ้น ก็จะปรากฎชัดอยู่แล้ว โดยย้ำเตือนไปยังผู้ใช้สื่อโซเชียลต่าง ๆ ระมัดระวังการโพสหรือแชร์ข้อมูล ต้องไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้กระทำผิดแล้วกว่า 50 ราย แม้ยังไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่ส่วนใหญ่เป็นการโพสข่าวปลอมข่าวลือสร้างความตื่นตระหนก โดยยืนยันว่า แม้จะกระทำผิดในต่างแดน ก็สามารถดำเนินคดีได้

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ยังกล่าวถึงการติดตามตัวผู้เผยแพร่เอกสารปลอมเกี่ยวกับการโยกย้ายผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยย้ำว่า ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ แต่มีจำนวนไม่มาก ซึ่งทั้งหมดอยู่ในประเทศแถบยุโรป แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยอยู่ระหว่างการประสานขอส่งตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ส่วนจะเชื่อมโยงกลุ่มการเมืองใดหรือไม่ ต้องรอให้ได้ตัวก่อน


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: