ติดต่อกับเรา
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

กระบวนการยุติธรรม

ฤดูแต่งตั้งเริ่มแล้ว! ‘ผบ.ตร.’ สั่งส่งรายชื่อผู้มีสิทธิ์คั่วเก้าอี้สูงขึ้น

จัดสเปกใหม่งาน ป. ปรับเกลี่ยทั่วประเทศสายสอบสวน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

เผยแพร่

วันที่

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)มีบันทึกข้อความ ส่วนราชการ ตร.ที่ 0009.231/ว50 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถึงผู้บัญชาการ -ผู้บังคับการ(ผบก.)ในสังกัดสำนักงานผบ.ตร. ใจความว่า การคัดเลือกแต่งตั้งผู้บังคับการ ถึง รองผบ.ตร. วาระประจำปี 2561 ดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งสารวัตร ถึง รอง ผบก.วาระ 2561 ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2661 ตามมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) จึงให้ทุกหน่วยจัดทำบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นดำรงตำแหน่ง สว.- รอง ผบก. โดยดำเนินการตามกฎ ในก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 และจัดส่งตร.ผ่านกองทะเบียนพลภายในวันที่ 7 ธันวาคม 2561

ในขณะเดียวกัน ผบ.ตร. มีบันทึกข้อความ ที่ 0009.231/ว.51 ความว่า ด้วยมติ ก.ตร.เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อนุมัติการกำหนดตำแหน่งทำหน้าที่สอบสวน ตำแหน่ง สวป. และรองสวป.ในสถานีตำรวจตามกรอบที่ได้วิเคราะห์ไว้ รวมทั้งยกเลิกมาตรฐานการกำหนดตำแหน่งสายงานป้องกันปราบปรามที่ใช้อยู่เดิม และอนุมัติกำหนดมาตรฐานตำแหน่งกลุ่มสายงานป้องกันปราบปรามตามที่ ตร.เสนอ ซึ่งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสายงานป้องกันปราบรามต้องสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ(รร.นรต.) หรือได้รับปริญญาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่านี้ทางกฎหมาย และจะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่ทำหน้าที่สอบสวนในระดับ รองผกก.ไม่น้อยกว่า 1 ปี สำหรับตำแหน่ง ผกก. ในระดับ สว.ไม่น้อยกว่า 2 ปี สำหรับ รอง ผกก. และระดับรองสารวัตรไม่น้อยกว่า 3 ปี สำหรับตำแหน่ง สว. โดยกำหนดบทเฉพาะกาลสำหรับข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งในกลุ่มสายงานป้องกันปราบปรามเดิม ยังคงแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนและเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งเดิม

ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการแต่งตั้งในสถานีตำรวจเป็นไปตามมติก.ตร.ดังกล่าว จึงให้น่วยทำบัญชีเสนอดังนี้

1.หน่วยที่มีจำนวนตำแหน่ง รอง ผกก.สอบสวนในสถานีตำรวจเกินกรอบตำแหน่งที่ก.ตร.กำหนด ได้แก่ ภ.1 ภ.4-8 ให้จัดทำบัญชีปรับเกลี่ยรอง ผกก.สอบสวนในสถานีตามกรอบที่ ก.ตร.กำหนด และสำรวจ รอง ผกก.สอบสวนในสังกัดว่ามีความประสงค์ขอรับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่ง รองผกก.สอบสวนในหน่วยอื่นที่มีรอง ผกก.สอบสวนไม่เกิดกรอบตำแหน่งหรือไม่

2.หน่วยที่มีจำนวนตำแหน่งรองผกก.สอบสวน ในสถานีตำรวจไม่เกินกรอบตำแหน่ง ที่ก.ตร.กำหนด แต่จำเป็นต้องปรับเกลี่ยภายในหน่วย ได้แก่ บช.น. ภ.2 3และภ.9 ให้จัดทำบัญชีปรับเกลี่ย
3. บช.น. ภ.1-9 ให้จัดทำบัญชีข้อมูลปรับเกลี่ย สว.สอบสวน ในสถานีตำรวจตามกรอบที่ก.ตร.กำหนด
4.ให้ทุกหน่วยสำรวจว่ามีข้าราชการตำรวจระดับ รองผกก. -สว. ที่ดำรงตำแหน่งนอกงานสอบสวน และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งเดิม มีความประสงค์ขอรับการแต่งตั้งหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งรองผกก.สอบสวน และ สว.สอบสวนในสถานีตำแหน่งหรือไม่

ทั้งนี้ให้จัดส่งบัญชีข้อมูลการปรับเกลี่ยข้าราชการตำรวจที่มีความประสงค์ขอรับการแต่งตั้งหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งงานสอบสวน ในสถานีตำรวจไปยัง ตร.ผ่านกองทะเบียนพลภายในวันที่ 7 ธันวาคม นี้

ขณะที่มีรายงานว่า ก.ตร.ได้วิเคราะห์ตำแหน่งข้าราชการตำรวจทำหน้าที่สอบสวนในสถานีตำรวจ ระดับ สว.-รองผกก. ภาพรวมทั่วประเทศ สว.สอบสวนกรอบเดิม 1,742 ตำแหน่ง กรอบกำหนดใหม่ 2,560 ตำแหน่ง รองผกก.สอบสวน กรอบเดิม 1,705 ตำแหน่ง กรอบใหม่ลดลงเหลือ 1,679 ตำแหน่ง.


 

กระบวนการยุติธรรม

‘บิ๊กโจ๊ก’ เผย ตำรวจจับมือ กสทช. ตั้งวอร์รูม เฝ้าระวังการกระทำผิดทางโซเชียลมีเดียช่วงเลือกตั้ง

ที่มีการใช้สื่อโซเชียลดำเนินการทางการเมืองมากขึ้น แต่ไม่ได้จับตาเพจการเมืองใดเป็นพิเศษ

เผยแพร่

วันที่

โดย

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล
พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ กสทช. จัดทำวอร์รูม เฝ้าระวังการใช้สื่อโซเชียลในทางที่ผิดอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ช่วงการเลือกตั้ง ที่มีการใช้สื่อโซเชียลดำเนินการทางการเมืองมากขึ้น แต่ไม่ได้จับตาเพจการเมืองใดเป็นพิเศษ เพราะหากมีการกระทำผิดเกิดขึ้น ก็จะปรากฎชัดอยู่แล้ว โดยย้ำเตือนไปยังผู้ใช้สื่อโซเชียลต่าง ๆ ระมัดระวังการโพสหรือแชร์ข้อมูล ต้องไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้กระทำผิดแล้วกว่า 50 ราย แม้ยังไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่ส่วนใหญ่เป็นการโพสข่าวปลอมข่าวลือสร้างความตื่นตระหนก โดยยืนยันว่า แม้จะกระทำผิดในต่างแดน ก็สามารถดำเนินคดีได้

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ยังกล่าวถึงการติดตามตัวผู้เผยแพร่เอกสารปลอมเกี่ยวกับการโยกย้ายผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยย้ำว่า ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ แต่มีจำนวนไม่มาก ซึ่งทั้งหมดอยู่ในประเทศแถบยุโรป แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยอยู่ระหว่างการประสานขอส่งตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ส่วนจะเชื่อมโยงกลุ่มการเมืองใดหรือไม่ ต้องรอให้ได้ตัวก่อน


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: