ติดต่อกับเรา
พรรคอนาคตใหม่ พรรคอนาคตใหม่

การเมือง

อนาคตใหม่ เล็งเคาะ รายชื่อผู้ลงสมัครส.ส.ตรัง กลางธันวาคมนี้

ย้ำไม่ใช้หัวคะแนน แต่จะใช้เครือข่ายสมาชิก ใช้การรณรงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง

พรรคอนาคตใหม่

เผยแพร่

วันที่

พรรคอนาคตใหม่ จ.ตรัง นำโดยนายภูผา ทองนอก ผู้แทนพรรคอนาคตใหม่ประจำจังหวัดตรัง , นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคใต้ , นายวสวัส วศินวรทัต ว่าที่ผู้สมัคร เขต 1 , นายปองศักดิ์ ชอบทำกิจ ว่าที่ผู้สมัคร เขต 3 , นายยศวัฒน์ ธีรัตน์วัฒนากุล ว่าที่ผู้สมัคร เขต3 พร้อมสมาชิกพรรค ร่วมกันทำกิจกรรมเดินรณรงค์เพื่อเสนอนโยบายพรรค พร้อมทั้งหาสมัครสมาชิกพรรคในเขตเทศบาลนครตรัง

นายภูผา กล่าวว่า วันนี้มีการทำกิจกรรมเดินตั้งแต่เวลา 09.30 น.-16.00น. เพื่อจะไปชักชวนพลังคนรุ่นใหม่มาเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งการกำหนดว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง ยังไม่มีความชัดเจน แต่ได้มีการเสนอชื่อเข้ามาเพื่อที่จะผ่านการหยั่งเสียงภายในพรรคครบทั้ง 3 เขต ซึ่งต้องรอทางพรรคที่จะได้คัดเลือกอีกครั้ง โดยเขต 1 มีผู้เสนอชื่อจำนวน 3 คน , เขต 2 จำนวน 2 คน และเขต 3 จำนวน 3 คน โดยทางพรรคมีคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง และให้ผู้เสนอตัวไปสัมภาษณ์ที่พรรค บางคนผ่านการสัมภาษณ์ไปแล้ว บางคนทางพรรคยังไม่ได้เรียกไปสัมภาษณ์ เพราะมีผู้สมัครหลายคน ในส่วนจังหวัดตรังก็ต้องเดินไปตามระเบียบของพรรค คาดว่าประมาณกลางเดือน ธ.ค.นี้ จะมีการประกาศชื่อว่าที่ผู้สมัครในเบื้องต้นได้

“กลยุทธ์การทำการเมืองของพรรคอนาคตใหม่ คือ ไม่ใช้หัวคะแนน แต่จะใช้เครือข่ายสมาชิก ใช้การรณรงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง และจะมีการขยายสมาชิกเพิ่มขึ้น พร้อมกับให้สมาชิกมีแนวคิดเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ใช้เครือข่ายระบบอุปถัมภ์ ก๊วนแก๊ง สายสัมพันธ์ทางการเมือง แต่อาศัยการรณรงค์เป็นหลัก” นายภูผา กล่าว


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

การเมือง

‘พี่ศรี’ จัดหนักอีกรอบลุยร้อง ‘กกต.’ สอย 2 ส.ว.

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

เผยแพร่

วันที่

โดย

นายศรีสุวรรณ จรรยา
นายศรีสุวรรณ จรรยา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (21 พ.ค.) เวลา 10.00 น. สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนและวินิจฉัย 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม อันอาจเข้าข่าย มาตรา 111(4) ประกอบ มาตรา 108 ข.ลักษณะต้องห้าม (1) มาตรา 98 (8) (10) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบมาตรา 14 (10) (12) ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 และข้อ 3 และข้อ 52(10) (12) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 2561

สมาชิกวุฒิสภาที่มีข้อสงสัยว่า อาจจะขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม รายแรก คือ ลำดับที่ 146 ซึ่งบุคคลดังกล่าว เคยกระทำผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วตามมาตรา 98 แห่งพรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2535 กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่ง “ไล่ออกจากราชการ” และต่อมาอัยการได้มีการนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลยุติธรรม ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 192/2559 และศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่1435/2559 มีคำสั่งจำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี แม้จะมีการอ้างว่า ได้รับการล้างมลทินตามพรบ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา 2550 แล้ว แต่กฤษฎีกาได้วินิจฉัยแล้วว่า ไม่ได้รับประโยชน์จากการล้างมลทินดังกล่าว

รายที่สอง คือ ลำดับที่ 197 เคยถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างที่ดิน โดยศาลนครปฐมได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 1212/2557 คดีหมายเลขแดงที่ 1611/2557 โดยบุคคลดังกล่าวได้ให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ศาลจึงลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และปรับ 13,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษเอาไว้ มีกำหนด 3 ปี ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว

การกระทำของ 2 สมาชิกวุฒิสภาดังกล่าว อาจเข้าข่ายการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย ซึ่งหาก กกต.พบว่า คุณสมบัติมีลักษณะต้องห้ามจริง ก็จะต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ออกจากตำแหน่ง พร้อมดำเนินการลงโทษหรือเอาผิดตาม มาตรา 74 และมาตรา 75 ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 ต่อไป


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: