ติดต่อกับเรา

บทความ

รายงานพิเศษ: เปิดเบื้องลึกช่วย “หมูป่า” จากปากคำนักดำน้ำถ้ำ “เครก แชลเลน”

คู่บัดดี้ดำน้ำถ้ำคุณหมอแฮร์ริส ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ประจำเมืองเพิร์ธ Sunday Times กับภาระกิจการนำเด็กออกจากถ้ำหลวง”ขุนน้ำ นองนอน”

รายงานพิเศษ

เผยแพร่

วันที่

มร.เครก แชลเลน สัตวแพทย์จากเมืองเพิร์ธ ประเทศอสเตรเลีย ที่เป็นคู่บัดดี้ดำน้ำถ้ำคุณหมอแฮร์ริส ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ประจำเมืองเพิร์ธ Sunday Times กับภาระกิจการนำเด็กออกจากถ้ำหลวง”ขุนน้ำ นองนอน”

คุณหมอแชลเลนและแฮร์ริส มาถึงที่ถ้ำหลวงฯ จริง ๆ คือวันพฤหัสบดีที่ 5ก.ค.   ซึ่งน่าจะเป็นวันที่ดำเข้าไปในถ้ำเตรียมการ แล้วเข้าไปพูดคุยกับทีมบริติช เรื่องแผนการนำเด็กออกจากถ้ำ ทีมบริติชมีวางแผนกันคร่าว ๆ แล้ว แต่คุณหมอทั้งสองแค่ไปช่วยออกความเห็นในเรื่องเครื่องมือ อุปกรณ์ แล้วได้ผลสรุปในรายละเอียดของปฏิบัติการในครั้งนี้ แชลเลนให้เครดิตแผนการนำเด็กออกจากถ้ำในครั้งนี้ เป็นของทีมบริติช (They really deserve the credit for the extraction plan)

สำหรับเรื่องการปฏิบัติการนั้น ไม่ต่างกับที่โวลันเธนให้สัมภาษณ์กับทาง BBC Points West (https://goo.gl/QqPYkZ) คือเด็กแต่ละคน ถูกหอบหิ้วออกมาโดยนักดำน้ำของสภากู้ภัยถ้ำแห่งบริติช BCRC (John Volanthen, Rick Stanton, Jason Mallinson และ Chris Jewell) แบบหนึ่งต่อหนึ่ง เด็กสวมหน้ากากแบบ full- face mask ถังอากาศติดด้านหน้า มีสายยึดติดกับนักดำน้ำถ้าที่หอบหิ้วออกมา เด็กมีการให้ยา เพื่อมิให้มีการตื่นกลัว

ส่วนที่ได้เพิ่มเติมจากคุณหมอแชลเลน คือ ไม่มีนักดำน้ำอีกคนตามหลัง เพราะมันไม่มีประโยชน์ เนื่องจากทัศนวิสัยของน้ำแย่มากแค่อยู่ในช่วงระยะ 10 ซม. เท่านั้น นักดำน้ำถ้ำสนับสนุน คืออยู่ประจำช่วยในจุดที่ยาก แล้วก็ประจำในจุดที่เป็นเนินผืนดิน (ถ้าใครเคยเห็นแผนที่เส้นทางจากจุดโถง 3 ถึงจุดที่เด็กอยู่ มันไม่ใช่การดำน้ำตลอด มีจุดที่ขึ้นมาเดินด้วย) เพื่อเข้าช่วยเด็กในการถอดอุปกรณ์ และใส่กลับไปเข้าไปใหม่ อย่างคุณหมอแชลเลนเองก็ประจำที่เนินหนึ่ง ร่วมกับนักดำน้ำต่างชาติอีกสองสามคน จุดที่คุณหมอแชลเลนอยู่ เด็กแต่ละคนจะขึ้นมา ห่างกันรอบละ 45 นาที

ขณะที่อีกประเด็นหนึ่งที่ต่างกันชนิดคนละเรื่องกับสื่อที่ออกมาก่อนหน้าที่นำเสนอว่าคุณหมอแฮร์ริส เป็นคนจัดลำดับว่าเด็กคนไหนจะออกก่อนหลัง ปรากฏคุณหมอแชลเลน บอกว่า ไม่ใช่ คือพอได้บทสรุปเรื่องการนำเด็กอพยพออกจากถ้ำชัดเจนแล้ว ก็ดำกันเข้าไปในถ้ำ พูดคุยกับทีมหมูป่าและหน่วยซีลไทย ที่อยู่กับเด็ก ๆ  อธิบายให้เข้าใจถึงแผนการแล้วบอกพวกเขาว่า ให้ตัดสินใจจัดลำดับว่าใครจะออกก่อนหลัง ทีมหมูป่าตัดสินใจจัดลำดับของเขาเอง แล้วทีมทำงานทั้งหมด ก็ทำตามลำดับนั้น

(We told them what the plan was and to pick who was going first. They did all of that, it wasn’t us. I don’t know specfically if it was the coach, but collectively the team decided what order the boys would come out, not us. Then we just went for it.)

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่มีการไปแนะนำกันก่อนหน้านี้ว่า ควรให้เด็กอยู่ในนั้นไป แล้วใช้วิธีส่งสเบียงอาหารกันไป จนหมดฤดูมรสุม คุณหมอแชลเลนบอกว่า ทีมประเมินกันแล้ว เป็นไปไม่ได้ คือหลังจากนี้ จะไม่สามารถดำกันเข้าไปถึงจุดที่เด็ก ๆ อยู่เพื่อให้เสบียงได้  แล้วเด็กก็จะเริ่มติดเชื้อจนมีปัญหาสุขภาพ และเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ต้องนำเด็กออกมา

เมื่อถูกถามถึงความยากของปฏิบัติการครั้งนี้ คุณหมอแชลเลนบอกว่า การกู้ภัยในถ้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะการไปค้นหา นำศพออกมา การกู้ภัยที่เอาคนมีชีวิตออกมา งานใหญ่ที่แกนึกถึงคือที่เม็กซิโกของแสตนตัน ในปี 2004 แต่เมื่อเทียบกับกรณีถ้ำหลวงฯ คุณหมอแชลเลนบอกว่า มันมีความยากกว่าในกรณี ตรงที่ระยะทางที่ต้องดำยาวกว่า และคนที่ต้องนำออกมาคือเด็ก แล้วพูดภาษาที่ต่างกันด้วย แกบอกว่านี่เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่แกเจออะไรแบบนี้ และขอให้เป็นครั้งสุดท้าย หรือถ้ามีเกิดขึ้นอีกครั้ง ก็ขอให้ตอนนั้นแกเลิกดำน้ำในถ้ำไปแล้ว

คุณหมอแชลเลนเนี่ยดูแล้วมาแนวสายฮา กวน ๆ ผิดกับคุณหมอแฮร์ริส ที่จะแนวร่าเริง พูดอะไรก็แนว nice ตลอด บางคำถามคุณหมอแชลเลน ตอบกวนมาก อาทิ ถามว่าดีใจไหม ที่ได้กลับถึงบ้าน แกบอกว่า รู้สึกว่า รู้งี้อยู่เมืองไทยต่อดีกว่า ถ้ารู้ว่ากลับมาเป็นจุดสนใจ แล้วเจอนักข่าวรุมล้อมไปหมดแบบนี้ หรือมีอีกคำถามที่ถามว่า จริงไหมที่จุดที่แคบที่สุดของถ้ำ กว้างเพียง 38 ซม.แกบอกว่า ไม่มีใครรู้หรอกว่ากว้างเท่าไรกันแน่ ก็เห็นว่ากัน 38 ซม. ก็ไม่รู้ใครเอาสายวัดไปวัด แต่ที่แน่ ๆ ทีมดำน้ำ ไม่มีใครพกสายวัดเข้าไป …. LOL

จะเห็นการแถลงข่าวของทางการไทย แทบไม่มีรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการอพยพเด็กในส่วนในของถ้ำ (จากเนินนมสาวถึงโถง 3) ต้องมาอาศัยอ่านแล้วประมวลผลเอง จากการสัมภาษณ์ของคนที่ทำงานอยู่ตรงนั้น ทีนี้ทาง BCRC ก็จะมีการแถลงข่าวที่เป็นลักษณะเป็นทางการ ไม่ลงรายละเอียดมาก ข้อมูลเยอะสุดตอนนี้คือที่คุณหมอแฮร์ริสเขียนในเฟซบุ๊ค แล้วเสริมด้วยบทสัมภาษณ์ของโวลันเธนกับ BBC Points West ตอนนี้ที่รอฟังคือของริค สแตนตัน ที่เป็นผู้นำหลักของการอพยพเอาเด็กออกจากถ้ำในครั้งนี้ ก็ไม่รู้เจ้าตัวจะมีการให้สัมภาษณ์แบบลงรายละเอียดหรือเปล่า เพราะสังเกตจากงานแถลงข่าวที่สนามบินฮีทโธรว์ เมื่อวันก่อน (https://goo.gl/nwiapj) จะเห็นว่าเป็นคนระวังตัวมากเรื่องการพูดให้สัมภาษณ์ ทั้ง ๆ ที่เป็นหนึ่งในคนที่รู้จริงที่สุดของงานนี้ จะเห็นว่า แทบทุกคนที่เกี่ยวข้อง จะอ้างชื่อ ริค แสตนตัน แม้แต่อีลอน มัสค์ กรณีเรื่อง mini-sub https://goo.gl/o7Cxup

แล้วขอสรุปเหมือนเดิมว่า จากข้อมูลที่แต่ละคนที่ทำงานจริงบ ริเวณส่วนในของถ้ำ ให้ออกมา จะยิ่งรู้สึกว่า มีแต่มืออาชีพจริง ๆ ที่ไปทำงานตรงนั้น รู้เรื่องจริง แล้วมีการคิด ตระเตรียม วางแผนกันมาดี  และนี่คือสิ่งที่เรา ควรได้เรียนรู้ว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่า จนรอดชีวิตกันออกมาได้เนี่ย ไม่มีความบังเอิญหรือปาฏิหาริย์ อาศัยความสามารถและสติปัญญาของทีม ที่เข้าไปทำงานล้วน ๆ


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

บทความ

ส่อง ‘สีกากีผู้ทรงเกียรติ’ ทัพตำรวจ ในกำมือ “ประยุทธ์-ประวิตร”

เผยแพร่

วันที่

โดย

สีกากีผู้ทรงเกียรติ

หลังคะแนนเสียงท่วมท้น  500 แต้ม จาก ส.ส.ฟากหนึ่ง และ ส.ว.ทุกคน รวมคะแนน ชู “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรี วาระ 2 ในนามแคนดิเดตจากพรรคพลังประชารัฐ  แม้ผ่านพ้นมาร่วมสัปดาห์ แต่ “ดีล” จัดตั้ง รัฐบาลใหม่ “ประยุทธ์ 2” ยังไม่บรรลุ เกมต่อรองระหว่างพรรคตัวตั้ง “พลังประชารัฐ” และคณะพรรคร่วม ยังไม่ลงตัว

เกมการเมืองด่านนี้ ยิ่งทอดเวลานาน ยิ่งฉายชัดวงจรน้ำเน่าการเมืองไทย ตั้งแต่เกมชกใต้เข็มขัด แบบไม่แยกเพศ ในช่วงก่อน และระหว่างลงเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องสารพัดดีลแลกเก้าอี้รัฐมนตรี ดีลคุมกระทรวงใหญ่ จนทำให้หลายพรรค เสียสัตย์ เสียศีล ถูกมองเป็นนักการเมืองตระบัดสัตย์ต่อเสียงของประชาชน ก่อเกิดพรรคเล็กคนเลือกน้อยแต่เสียงโฉ่งฉ่างในสภาฯ

แทบไม่น่าเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในห้วงเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อ 5 มิถุนายน ต่อเนื่องจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้ เกิดขึ้นหลังจากการเมืองไทยถูกปฏิรูปแล้วโดย “รัฐบาลคนดี”  และ คสช. ภายใต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำรัฐประหาร ที่ยึดอำนาจพรรคการเมืองที่มาจากประชาชน ในปี 2557 ด้วยเหตุปลดการเมืองไทยออกจากวงจรอุบาทว์และสมานความแตกแยก
ทว่าปรากฏการณ์ทางการเมืองไทยในขณะนี้เป็นคำตอบแจ่มชัด สื่อต่างประเทศหลายสำนักวิพากษ์อย่างถึงกึ๋น ว่าผลการเลือกผู้นำรัฐบาลไทยครั้งนี้ นำพาประเทศไทยนั่งไทม์แมชชีน เจาะเวลาหาอดีต!!

การเมืองไทยในสภาฯ นอกสภาฯเวลานี้ น่าจับตายิ่งนัก เพราะอิทธิฤทธิ์นักการเมืองไทยไม่ธรรมดา

สำหรับแวดวงสีกากี เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นแท่นว่าที่นายกรัฐมนตรีสมัย 2 ชื่อของ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่แห่ง คสช. พี่ใหญ่แห่งบ้าน “วงษ์สุวรรณ” บ้านของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ แกนนำนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 25 ที่ยังไม่คลายบทบาทจากวงการสีกากี บ้านที่เป็นดั่งไม้ใหญ่สยายกิ่งก้านให้เหล่านกกาสีกากีจำนนซุกโหนตลอด 5 ปีในยุค คสช. “บิ๊กป้อม”ลอยลำไร้แคนดิเดต จ่อคุมทัพตำรวจต่อ

ย้อนไป 5 ปีคสช. ภายใต้ข้ออ้างเพื่อเข้ามาปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ที่จนแล้วจนรอด 5 ปีราวกับไร้ผลเป็นรูปธรรม

การปฏิรูปตำรวจในกำมือ คสช. ในอุ้งมือของ  “บิ๊กป้อม” ตั้งกรรมการขึ้นมาหลายชุด ใช้งบประมาณแผ่นดินมหาศาล แต่ 5 ปีคล้ายไร้ผลงาน การปฏิรูปจบเห่ แผนงานร่างกฎหมายต่างๆเก็บพับขึ้นหิ้ง เรื่องเก่าๆแต่งตั้งตำรวจไร้ระบบคุณธรรมที่บั่นทอนขวัญกำลังใจ ลดทอนประสิทธิภาพประสิทธิผลการทำงานของตำรวจยังดังขรมด้วยคำครหาไม่เว้นสักวาระฯ เรื่องครหาเคล้าสีเทาๆกระหึ่มเป็นระยะ

การปฏิรูปตำรวจที่ตีปี๊บเอิกเริกทำไม่สำเร็จ แต่คล้ายว่า 5 ปี ที่ผ่านมา บิ๊กตู่และบิ๊กป้อม กำสีกากีอยู่หมัด!?

เสียงขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสภาเมื่อ 5 มิถุนายน เป็นที่มาของบทสรุปนี้!!

เช็กชื่อ ส่องเสียงโหวต “บิ๊กเนมสีกากีผู้ทรงเกียรติ” นั่งในสภาฯ

เมื่อโฟกัสวุฒิสมาชิก 250 ส.ว.ผู้ทรงภูมิ แน่นอนว่าผลออกแล้ว 249 เสียง เว้นประธานงดออกเสียง เลือก “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรีไม่มีใครแตกแถว

ส.ว.สีกากีก็เทใจเลือกพล.อ.ประยุทธ์ ไม่บิดพลิ้ว

“บิ๊กป้อม”คัดมา “บิ๊กตู่” ได้คะแนน!

เริ่มจากคนแรกผู้นำทัพตำรวจ  “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในรัฐบาล คสช. สวมหมวก ส.ว.โดยตำแหน่ง เสียงผู้นำสีกากีแม้ตอนขานชื่อเรียกเสียงฮา แต่ทว่ามั่นคง เลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ต่อด้วย พล.ต.ท.จิตติ  รอดบางยาง นักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.)รุ่น 35 ที่ลาออกจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2(ผบช.ภ.2) มารับตำแหน่ง ส.ว.

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม  พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา อดีตรอง ผบ.ตร.ผู้มีสายสัมพันธ์ซี้ย่ำปึ้กเติบโตมาด้วยกันกับบิ๊กตู่ บิ๊กเนมอีกคน อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย สายตรงบิ๊กป้อม

พล.ต.ต.ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ  พ.ต.อ.ยุทธกร วงเวียน

พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ อดีต ผบช.สตม. คู่เขย พล.อ.ประยุทธ์  พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เคียงรัฐบาลบิ๊กตู่ พล.ต.ท.สมบัติ มิลินทจินดา  พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดผู้โด่งดังในช่วง 1-2ปีที่ผ่านมา และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร.และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงในรัฐบาลประยุทธ์ 1

เหล่าบิ๊กเนม  14 สีกากีผู้ทรงเกียรติ ขานเสียงชัดเทคะแนนให้ “บิ๊กตู่” เก็บแต้มเต็ม อย่างภักดี!!

มีเพียงเสียง เหล่าสีกากีผู้มาจากประชาชนบางคนได้เข้านั่งในสภาฯ แต่จุดยืนชัดไม่เลือก ไม่เอาแล้ว “บิ๊กตู่” นำทีมโดย ส.ส. คนชื่อเหมือน “บิ๊กตู่” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย  พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท อดีต ผบก.กองปราบปราม ที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ฯลฯ

ขณะที่ ส.ส. เลือดสีกากีฝั่งพรรคฝั่งดีลรัฐบาล ก็คะแนนเสียงตามมติไม่แปรจากพรรค

จากสถานะหัวหน้า คสช. แปรสู่สถานะแคนดิเดตนายกฯจากพรรคการเมือง “บิ๊กตู่”ยังคงกุมหัวใจ กุมความนิยมจาก(ผู้นำ)สีกากี

5 ปีที่ผ่านมา ต่อเนื่องรัฐบาลชุดใหม่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่พ้นยังอยู่ในความดูแลของ “บิ๊กป้อม” พี่ใหญ่แห่งบ้านวงษ์สุวรรณ?!
ทัพตำรวจที่เคยซุกในปีก คสช. บัดนี้ซุกปีกรัฐบาล “ประยุทธ์ 2”และยังอยู่ในความดูแลของ นายทหารที่ชื่อ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”

“นายหม้อตาล”


อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: