ติดต่อกับเรา
ทีมหมูป่า ทีมหมูป่า

บทความ

จากแตรปลุกถึงแตรนอน: สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ

ควันหลงปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า

จากแตรปลุกถึงแตรนอน

เผยแพร่

วันที่

ควันหลงปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ลุ้นกันใจระทึก! ในที่สุดการค้นหาพาตัวออกมาอย่างปลอดภัย ทีมงานการกู้ภัยได้รับการชื่นชมกันถ้วนหน้าทั้งภาครัฐ-เอกชน

โดยเฉพาะผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ชื่อ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่กลายเป็นขวัญใจประชาชนไปชั่วข้ามคืน! เพราะทำงานบัญชาการเข้าตาอย่างแข็งขัน

แต่แล้ว! เพิ่งทราบว่า ผู้ว่าฯ คนโปรด กลับถูกคำสั่งย้ายสลับไปเป็นผู้ว่าฯ จ.พะเยา ที่เป็นเมืองบริวารมาก่อนเก่า…

อันที่จริงคำสั่งโยกย้ายดังกล่าว ออกมาก่อนทำเหตุการณ์ผู้สูญหายในถ้ำหลวง โยงใยจากที่นายณรงค์ศักดิ์ ประกาศขวางหลายโครงการที่ไม่เงื่อนงำในการใช้งบประมาณหลวงส่อเค้าไม่โปร่งใสด้วย “เงินทอน”!!

ทำให้สังคมคาใจถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ต้องหาคำตอบจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ว่าขัดนโยบายรัฐบาลที่ประกาศขจัดล้างขบวนการ “คอรัปชั่น” หรือไม่?

ข้อความในโลกโซเชียลมีเดีย แชร์กันว่อนถึงประเด็นที่ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ คัดค้านก่อสร้าง “อนุสาวรีย์พญาเม็งราย” บนเกาะกลางแม่น้ำกก เพราะเป็นการรุกล้ำลำน้ำและตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารของหน่วยงานขนาดใหญ่ในจังหวัดที่อาจสร้างผิดแบบ!

แถมยังสอบโครงการก่อสร้างแลนด์มาร์ค แถบชายแดน R3A ที่ราคาสูงเกินไป อีกครั้ง ตรวจสอบโครงการคัดแยกขยะรีไซเคิล ที่ใช้การไม่ได้!

ทั้งตรวจสอบโครงการที่ใช้งบประมาณอัดฉีด เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของรัฐบาลที่สอบไปในทางมิชอบ ฯลฯ

ถึงวันนี้ ขั้นตอนของการกู้ภัย นำตัวนักกีฬาทั้ง 13 คนออกจากถ้ำ ส่งกลับถึงอ้อมกอดของครอบครัวเรียบร้อยปลอดภัย รอการเยียวยาทางร่างกายและจิตใจ…ส่วนผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ต้องเดินทางไปรับตำแหน่งผู้ว่าฯ พะเยา ตามคำสั่ง เหลือแต่ตำนานที่เล่าขานกันอีกต่อไป

ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของสถานการณ์สร้างวีรบุรุษบำเหน็จที่รักษาความถูกต้อง ปกป้องงบประมาณแผ่นดิน กลับได้ย้ายไปจังหวัดเล็กๆ ที่แยกตัวมาจากอำเภอหนึ่งของเชียงราย!

ยังกระหึ่มในโลกโซเชียลไม่หาย ถึงตำแหน่งที่เหมาะสมของผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ คือ “อธิบดีกรมที่ดิน” ถิ่นเก่า!!…เดือนกันยายนปลายปีนี้


 

บทความ

แต่งตั้งนายพลสีกากี มีระบบคุณธรรม จริงหรือมั่ว? ส่อวิกฤตศรัทธาต่อองค์กร

การแต่งตั้งนายพลสีกากีวาระประจำปี 2561

เผยแพร่

วันที่

สํานักงานตํารวจแห่งชาติ
สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

ใกล้งวดมาเต็มที กับการแต่งตั้งนายพลสีกากีวาระประจำปี 2561 ภายหลังจากที่คำสั่งแต่งตั้งของบรรดานายพลสีขี้ม้าเสร็จเรียบร้อย มาถึงคิวของการแต่งตั้งนายพลสีกากี ระดับ ผบก.ถึง รอง ผบ.ตร. วาระประจำปี 2561 ซึ่งต้องขอมติ ก.ตร.ขยายเวลามาจากเดิมต้องแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม เป็นต้องแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนกันยายน ที่จะถึงนี้

มานั่งอ่านหลักเกณฑ์แต่งตั้งใหม่ ของรัฐบาลลุงตู่ ภายใต้การกับกับดูแลของลุงป้อม พี่ใหญ่ของ คสช. อ่านก็แล้วทำความเข้าใจกลับไปกลับมา เป็นการเขียนหลักเกณฑ์การแต่งตั้งใว้สุดซ่อนเงื่อน จากเดิม 10 ปี ที่ผ่านการพิจารณาใช้เรียงตามอาวุโสห้ามข้ามในกลุ่มผู้ช่วยขึ้นรอง ผบ.ตร.และในขณะนั้นมีตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.10 กว่าตำแหน่ง หลังจากนั้นต่อมาเปลี่ยนกฏเกณฑ์มาใช้ 33%ในกลุ่ม ผู้ช่วยขึ้น รอง ผบ.ตร.

หลัง คสช.ปฏิวัติ ในปี 58 ยุบตำแหน่ง รองผบ.ตร.จากเดิม 10 ตำแหน่ง เหลือเพียงแค่ 5 ตำแหน่ง แต่กลับมีการปรับเพิ่มตำแหน่งที่ผู้ทรงคุณวุฒิ 10 ตำแหน่ง รองรับผู้เกษียณอายุราชการ ซึ่งมีหลักเกณฑ์คลุมไว้อีกว่าห้ามนำมาคำนวนโควต้า 33 % เลื่อนขึ้น รอง ผบ.ตร.

จุดที่มองดูทะแม่ง อยู่ตรงที่การจะได้อาวุโส 33% จากผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นรอง ต้องมีตำแหน่งว่าง 4 จาก 5 ตำแหน่งที่มีเหลือ และเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นเลย เพราะฐานน้อยมาก มีแค่ 5 ต้องว่าง 4 เท่านั้น คำว่าอาวุโสจึงจะเกิดผลในทางปฎิบัติ มองได้ว่าเป็นเกมลับลวงพราง ให้มองดูดีมีอาวุโสใช้ในกลุ่มนี้ แต่คนทั่วไปไม่รู้ว่าในทางเป็นจริงไม่มีแน่นอน ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้ข้ามอาวุโสได้เลย เพราะหลักเกณฑ์เขียนใว้ว่า ถือว่าอาวุโสเท่ากัน แต่คนที่จะเอาขึ้นเหมาะสมกว่า คนอาวุโสไม่มีเรื่อง ไม่มีความผิด แต่กลับไม่เหมาะสม ดูเป็นเหตุผลที่ไม่แฟร์และเป็นธรรมกับทุกคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบคุณธรรม มันมีหรือไม่.?

โดยในอดีต คณะกรรมการ กตร.ส่วนหนึ่ง มาจากข้าราชตำรวจชั้นนายพลที่เกษียณซึ่งคนนอก และเป็นผู้ที่ข้าราชตำรวจเลือกมาเป็นตัวแทน เป็นปากเสียงทวงสิทธิ์ความเป็นธรรม ให้กับการแต่งตั้งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ยุคนี้ตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา ข้าราชการตำรวจที่ได้รับแต่งตั้งมา เทียบตัวต่อตัว อาวุโส 1 กับ ตัวเกร็ง ยังไงก็อาวุโสไม่เท่ากัน เพราะตามหลังห่างกันเกือบ 2 ปีในทุกตำแหน่งช่วง รอง ผบช.,ผบช,และผู้ช่วย ผบ.ตร.

หากเป็นแบบนี้อนาคต องค์กรตำรวจจะพัง เพราะ ระบบคุณธรรม หลักเกณฑ์ กฎที่ไม่เป็นธรรม ได้คนที่เป็นพวกตัวเอง “อดีตลูกน้องขึ้นมาเป็นนาย คนส่วนใหญ่ทุกข์บนความสุขคนส่วนน้อย ที่มีพวก มีปัญญาวิ่งเต้น อยู่แบบหมดความหวัง ถูกปล้นสิทธิไปต่อหน้าต่อตา การเรียกร้องอะไรกับใครในยุคนี้ก็ยาก มันคือเป็นหนทางเดียว ต้องยอมรับและอยู่กับมัน ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ลาออกไปก็เยอะ

มีคำถามว่าคนเหล่านี้ เป็นตำรวจ ทำความดีเสี่ยงภัยมามากมาย เป็นลูกน้องท่านเหมือนกัน ท่านอยากให้เขาหันหลัง และเกลียดนาย เกลียดผู้บังคับบัญชา เกลียดองค์กร เพราะระบบคุณธรรม อย่างนั้นหรือ.? ผู้กับกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลัง กระทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในองค์กรในอาชีพตำรวจที่เพียงแค่อยากได้ อยากเป็น โดยไม่คำนึงถึงสิทธิและความเป็นธรรมของผู้อื่นแม้แต่น้อย หาช่อง หากฎเกณฑ์ มาลับลวงพราง ป้องกันตัว เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า มันไม่ถูกต้อง ไม่มีความเป็นธรรม ให้กับข้าราชตำรวจส่วนใหญ่ที่ไม่มีเส้นสาย นอกจากคนของตัวเอง ของพวกพ้องบริวาร

โดยสุดท้ายอาจจะเห็นนายตำรวจใหญ่ ลาออกตามมาหลังจากแต่งตั้งครั้งนี้ก็ได้ ไม่เชื่อลองจับตาดู และหากมันมีเหตุลาออก ของผู้ที่อกหักจากการแต่งตั้งที่ขาดระบบคุณธรรมมันก็จะสะท้อนย้อนกลับมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเสื่อม และเกิดวิกฤตศัทธาต่อองค์กร จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“นายหม้อตาล”


 

อ่านต่อ
พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ
กระบวนการยุติธรรม10 ชั่วโมง มาแล้ว

ผบก.น.1 กล่าวขอบคุณกำลังพลในภารกิจรักษาความปลอดภัยจิตอาสา

พล​ตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น
กระบวนการยุติธรรม10 ชั่วโมง มาแล้ว

ผบช.น. นำคณะร่วมออกปฏิบัติ​หน้าที่​ กิจกรรมจิตอาสาในนามรัฐบาล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

พล​ตำรวจ​โท​ ไกรบุญ ทรวดทรง
กระบวนการยุติธรรม11 ชั่วโมง มาแล้ว

ผบช.สยศ.ตร. เป็นประธานประชุมการรักษาความปลอดภัย และการอำนวยตวามสะดวกด้านการจราจร

พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ
กระบวนการยุติธรรม1 วัน มาแล้ว

ผบก.น.1 ออกปฏิบัติ​หน้าที่​ตรวจโรงพักริมคลอง สนามเสือป่า ในงาน อุ่นไอรักคลายความหนาว

พล​ตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น
กระบวนการยุติธรรม1 วัน มาแล้ว

ผบช.น. ตรวจจุดคัดกรองที่ 1- การรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ภายในงานอุ่นไอรัก

ยอดนิยม

error: