ติดต่อกับเรา
ทีมหมูป่า ทีมหมูป่า

บทความ

แวดวงนักรบ: ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

เป็นข่าวฮือฮาในโลก ออนไลน์ มาหลายวัน ถึงบทบาทประทับใจของผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

ทีมหมูป่า

เผยแพร่

วันที่

เป็นข่าวฮือฮาในโลก ออนไลน์ มาหลายวัน ถึงบทบาทประทับใจของผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผู้บัญชาเหตุการณ์ภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ทุ่มเทเอาจริงเอาจังแสดงภาวะ “ผู้นำ” เต็มที่…งานนี้เห็นที “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดามท. 1 ต้องทบทวน คำสั่ง ที่ย้ายไปจังหวัดเล็กกว่าอย่างพะเยายากเสียแล้ว

ขณะเดียวกันประชาชนชาว จ.พะเยา เตรียม “ต้อนรับ” ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ สมศักดิ์ศรีเช่นกัน

ด้าน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า “คสช.” ยืนยันต้องให้ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ เดินทางไป จ.พะเยา เพื่อพัฒนาเมือง ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เพราะผู้ว่าฯ คนนี้ไปอยู่ที่ไหน “เจริญที่นั่น”!!

มีคำถามหลากหลายว่า “นายกฯ ประยุทธ์” คงไม่คิดให้ พัฒนาเชียงราย ต่อไปหรือไง และดูท่า…คนเชียงราย เริ่มออกมาเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์กันแล้ว!!

ก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ (ศิษย์เก่าบดินทร คนตรงฉิน) มีปัญหากับนักการเมืองท้องถิ่น และโครงการ ผลประโยชน์เงื่อนงำ ถึง 20 โครงการ จึงไม่ยอมเซ็นอนุมัติ…เป็นที่มาแห่งการ ย้ายฟ้าแลบ ก่อนหน้านี้…แต่บังเอิญมีภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า เสียก่อน…คนที่อยู่ดงกระสุนตก ตอบคำถาม กลายเป็น “บิ๊กป๊อก”!! เช่นเคย

การเกาะติดสถานการณ์ช่วยเหลือ นักกีฬาเยาวชนทั้ง 13 คน เป็นไปด้วยความเข้มข้น พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ “หน่วยซีล”…เลือดปักษ์ใต้เข้มข้น จากเมืองนครศรีฯ จัดหน่วยซีลดูแลน้องน้องๆ นักกีฬาทั้ง 13 คน ให้อาหาร-เกลือแร่ มีพลังงานสูง ควบคุมดูแลโดยแพทย์ภาคสนาม จนแข็งแรงเข้มแข็ง

มีข้อคิดสะกิดใจจากการช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลหมูป่า “อะคาเดมี” แม่สาย “คอมเม้นต์” มากราย…ชื่นชมยินดีทั้งหน่วยซีล และภาครัฐ-เอกชน เสมือนเป็นการ “ฝึกร่วม” ระหว่างพลเรือน-ตำรวจ-ทหาร-ข้าราชการปกครอง ที่ยิ่งใหญ่ด้านจิตใจกว่า “คอบร้าโกล์ด” เสียอีก!!

เป็นการนำประสบการณ์ต่างๆ หลายพื้นที่ เข้ามาปฏิบัติจริง…แข่งกับเวลา…ภารกิจนี้จึงเป็น “บทเรียน” ครั้งยิ่งใหญ่เป็นประโยชน์ใน อนาคต….ขณะเผชิญวิกฤติร่วมกัน ยังมีพื้นที่ให้ “คนไทยและทั่วไป” ได้แสดงออกอย่างรวดเร็วร่วมกัน!!

ขนาดการเมืองไทย กำลังมุ่งสู่ ยุทธการดูด อย่างเข้มข้นการเมืองมาเลเซีย ก็เข้มข้นเดินหน้าสุดๆ…เมื่อ นาจิบ ราซัค อดีตนายกฯ ถูกจับคาบ้านพัก ข้อหาทุจริต 4 กระทง ใช้อำนาจโดยมิชอบ, ยักยอกเงินมหาศาล, ละเมิดต่อหน้าที่ มีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี

องค์กรป.ป.ช.ของมาเลเซีย ทำงานรวดเร็ว…นายกฯมหาเธร์ ให้คำมั่นช่วงหาเสียงว่าจะเอานาจิบ ราซัค เข้าคุก! ให้ได้ ทันทีที่ได้รับตำแหน่ง ส่งคนไป ค้นหาทรัพย์สิน ที่ซุกซ่อนไว้และ ห้ามออกนอกประเทศ

ได้ไหมจับใบที่ 4 แล้ว “ทักษิณ ชินวัตร” ยังเป็นหมายจับที่ไร้ความหมาย…ระบบนิติรัฐไทย ดูไปแทบจะล้มเหลว!! แม้เป็นช่วงที่รัฐฯ มีอำนาจมากที่สุด แต่ยังทำอะไรอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่ได้เลย


 

บทความ

แต่งตั้งนายพลสีกากี มีระบบคุณธรรม จริงหรือมั่ว? ส่อวิกฤตศรัทธาต่อองค์กร

การแต่งตั้งนายพลสีกากีวาระประจำปี 2561

เผยแพร่

วันที่

สํานักงานตํารวจแห่งชาติ
สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

ใกล้งวดมาเต็มที กับการแต่งตั้งนายพลสีกากีวาระประจำปี 2561 ภายหลังจากที่คำสั่งแต่งตั้งของบรรดานายพลสีขี้ม้าเสร็จเรียบร้อย มาถึงคิวของการแต่งตั้งนายพลสีกากี ระดับ ผบก.ถึง รอง ผบ.ตร. วาระประจำปี 2561 ซึ่งต้องขอมติ ก.ตร.ขยายเวลามาจากเดิมต้องแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม เป็นต้องแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนกันยายน ที่จะถึงนี้

มานั่งอ่านหลักเกณฑ์แต่งตั้งใหม่ ของรัฐบาลลุงตู่ ภายใต้การกับกับดูแลของลุงป้อม พี่ใหญ่ของ คสช. อ่านก็แล้วทำความเข้าใจกลับไปกลับมา เป็นการเขียนหลักเกณฑ์การแต่งตั้งใว้สุดซ่อนเงื่อน จากเดิม 10 ปี ที่ผ่านการพิจารณาใช้เรียงตามอาวุโสห้ามข้ามในกลุ่มผู้ช่วยขึ้นรอง ผบ.ตร.และในขณะนั้นมีตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.10 กว่าตำแหน่ง หลังจากนั้นต่อมาเปลี่ยนกฏเกณฑ์มาใช้ 33%ในกลุ่ม ผู้ช่วยขึ้น รอง ผบ.ตร.

หลัง คสช.ปฏิวัติ ในปี 58 ยุบตำแหน่ง รองผบ.ตร.จากเดิม 10 ตำแหน่ง เหลือเพียงแค่ 5 ตำแหน่ง แต่กลับมีการปรับเพิ่มตำแหน่งที่ผู้ทรงคุณวุฒิ 10 ตำแหน่ง รองรับผู้เกษียณอายุราชการ ซึ่งมีหลักเกณฑ์คลุมไว้อีกว่าห้ามนำมาคำนวนโควต้า 33 % เลื่อนขึ้น รอง ผบ.ตร.

จุดที่มองดูทะแม่ง อยู่ตรงที่การจะได้อาวุโส 33% จากผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นรอง ต้องมีตำแหน่งว่าง 4 จาก 5 ตำแหน่งที่มีเหลือ และเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นเลย เพราะฐานน้อยมาก มีแค่ 5 ต้องว่าง 4 เท่านั้น คำว่าอาวุโสจึงจะเกิดผลในทางปฎิบัติ มองได้ว่าเป็นเกมลับลวงพราง ให้มองดูดีมีอาวุโสใช้ในกลุ่มนี้ แต่คนทั่วไปไม่รู้ว่าในทางเป็นจริงไม่มีแน่นอน ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้ข้ามอาวุโสได้เลย เพราะหลักเกณฑ์เขียนใว้ว่า ถือว่าอาวุโสเท่ากัน แต่คนที่จะเอาขึ้นเหมาะสมกว่า คนอาวุโสไม่มีเรื่อง ไม่มีความผิด แต่กลับไม่เหมาะสม ดูเป็นเหตุผลที่ไม่แฟร์และเป็นธรรมกับทุกคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบคุณธรรม มันมีหรือไม่.?

โดยในอดีต คณะกรรมการ กตร.ส่วนหนึ่ง มาจากข้าราชตำรวจชั้นนายพลที่เกษียณซึ่งคนนอก และเป็นผู้ที่ข้าราชตำรวจเลือกมาเป็นตัวแทน เป็นปากเสียงทวงสิทธิ์ความเป็นธรรม ให้กับการแต่งตั้งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ยุคนี้ตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา ข้าราชการตำรวจที่ได้รับแต่งตั้งมา เทียบตัวต่อตัว อาวุโส 1 กับ ตัวเกร็ง ยังไงก็อาวุโสไม่เท่ากัน เพราะตามหลังห่างกันเกือบ 2 ปีในทุกตำแหน่งช่วง รอง ผบช.,ผบช,และผู้ช่วย ผบ.ตร.

หากเป็นแบบนี้อนาคต องค์กรตำรวจจะพัง เพราะ ระบบคุณธรรม หลักเกณฑ์ กฎที่ไม่เป็นธรรม ได้คนที่เป็นพวกตัวเอง “อดีตลูกน้องขึ้นมาเป็นนาย คนส่วนใหญ่ทุกข์บนความสุขคนส่วนน้อย ที่มีพวก มีปัญญาวิ่งเต้น อยู่แบบหมดความหวัง ถูกปล้นสิทธิไปต่อหน้าต่อตา การเรียกร้องอะไรกับใครในยุคนี้ก็ยาก มันคือเป็นหนทางเดียว ต้องยอมรับและอยู่กับมัน ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ลาออกไปก็เยอะ

มีคำถามว่าคนเหล่านี้ เป็นตำรวจ ทำความดีเสี่ยงภัยมามากมาย เป็นลูกน้องท่านเหมือนกัน ท่านอยากให้เขาหันหลัง และเกลียดนาย เกลียดผู้บังคับบัญชา เกลียดองค์กร เพราะระบบคุณธรรม อย่างนั้นหรือ.? ผู้กับกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลัง กระทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในองค์กรในอาชีพตำรวจที่เพียงแค่อยากได้ อยากเป็น โดยไม่คำนึงถึงสิทธิและความเป็นธรรมของผู้อื่นแม้แต่น้อย หาช่อง หากฎเกณฑ์ มาลับลวงพราง ป้องกันตัว เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า มันไม่ถูกต้อง ไม่มีความเป็นธรรม ให้กับข้าราชตำรวจส่วนใหญ่ที่ไม่มีเส้นสาย นอกจากคนของตัวเอง ของพวกพ้องบริวาร

โดยสุดท้ายอาจจะเห็นนายตำรวจใหญ่ ลาออกตามมาหลังจากแต่งตั้งครั้งนี้ก็ได้ ไม่เชื่อลองจับตาดู และหากมันมีเหตุลาออก ของผู้ที่อกหักจากการแต่งตั้งที่ขาดระบบคุณธรรมมันก็จะสะท้อนย้อนกลับมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเสื่อม และเกิดวิกฤตศัทธาต่อองค์กร จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“นายหม้อตาล”


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: