ติดต่อกับเรา
ทีมหมูป่า ทีมหมูป่า

บทความ

4แยกพัฒนาการ: ทีมหมูป่า

นับเป็น ภาระที่คนไทยพร้อมใจกันแบกผลัก ผลักภาระไปรวมกันอย่างไม่มีใครเกียงงอน เป็นตัวอย่างของ “มนุษย์ชาติ”

ทีมหมูป่า

เผยแพร่

วันที่

นับเป็น ภาระที่คนไทยพร้อมใจกันแบกผลัก ผลักภาระไปรวมกันอย่างไม่มีใครเกียงงอน เป็นตัวอย่างของ “มนุษย์ชาติ” นับแต่วันแรก ที่มีปัญหาเล็ก ๆบนเขา และขยายมาถึงหมู่บ้าน จังหวัด แขวง และประเทศ กรณี ของ “เอเซียตะวันออก” ระดับประเทศ ปัญหา ของประเทศไทย และลุกลามเป็นประเทศตะวันออก ลามไปถึงทวีป และลุกลามไปในหัวอก “ประชาชาติ” ทั่วโลก เพียงการรู้เท่าพินิจด้วยความอยากรู้เห็นของอยากเห็น มุมของไหนของโลกอยาก บนดินที่เหยียบอยู่ อาหารที่กินอยู่ ทัศนีย์ภาพที่เห็นอยู่ ไต้ฝ่าเท้าของเขาเหล่านั้นมันเหยียบอกของอะไรอยู่หรือ ความอยากทุกคนสิบกว่าคน กลายไปเป็น “ก้าว” พร้อมไปดูความในบางจริงที่เขา “กังขาอยู่ทั้งคณะ และโชคดีที่ “มติ” ของหนุ่มเหล่านั้น กลายเป็น “มติ” ของชาว ที่เรียกกันว่า “หมูป่า” เขาจึงลงมติไปโลกที่เขาอยากเห็นความจริง และเพียงกี่วันมติของ “ชาวโลก” ก็เห็นคนทุกมุมโลกพากันเดินทางประเทศไทย โดยพุ่งความสงสัยไปที่ความสงสัยว่า ในโลกของเขา ลูกที่มีความสงสัยว่า ทำไมจึงมีอะไรแฝงอยู่ ทำไรจึงมีน้ำขุ่น ทำไมจึงมีน้ำขุ่น ที่สำคัญคือ “อะไรอยู่ในนั้น”

สิ่งกังขาของชาวโลกที่เป็นดับเบิ้ลกังขาของชาวโลกทุกมุมจึงประทุขี้นออกมาเป็นเสียงเดียวว่า เราจะต้องไป “ภูเขาลูกนั้น” และความ “สงสัย” ของชาวโลกยิ่งทวีขึ้นมามากขึ้น คนมีปัญญาหลายคนมีความอยากรู้ความเป็นไปของภูเขาเล่านั้น ต่างฝ่ายต่างเดินทางมาประเทศไทย เป้าคืออยากไรว่า “เด็กน้อยหายไปไหน” ใครเอาเด็กไปซ่อนไว้ ประเทศไทยจะแก้ใขอย่างไร เราต้องไปเมืองไทย “เราต้องไปช่วยหนูเหล่านั้น” นี่คือ สิ่งที่ “ปัญญาโลก” ของไทย ตัดสินใจเดินมา

เป็นของปัญญาชนเหล่าได้แลกความกันอย่าง มีการแลกเครื่องช่วยชีวิตกันอย่างไม่อย่าง “ไม่อมปัญญา” เพราะเด็กนั้นหารู้ว่า พวกเขาคือนำปัญหาขึ้นมาให้ “ปัญญาชน” มาแลกกัน และพัฒนา “เรื่องช่วยชีวิตจากการปีธรรมชาติ” ได้แล้ว ต่อไปนี้ “ขุนเขา ที่ตระหง่าน” ก็อยู่ในมือมนุษย์ และมนุษย์จะได้ผลที่ความผลิตได้จาก “ความเมตตาปราณีต่อมนุษย์” ความรักคืออะไร ความเอื้ออารีคืออะไร จงเลิกคิดและคนน่าจะเริ่มสร้างเพื่อสร้างรัก เมตตา ปราณี ดีกว่าสร้างอาวุธทำลายมนุษย์อีกต่อไป เราจงหันมาร่วมกันสร้างสันติเพือสันติกันเถิด

สุดท้าย จงเลิกสรรหาอาวุธมาทำร้ายฆ่าฟันกันเสียที “เราเลิกกันได้” เรือดำที่เอาไว้ฆ่าคน เหล็กที่มีปืนยาวฆ่าคนราคาแพง จงใช้ความเมตตามาเป็นปกครองบ้านเมือง เอาความเป็นธรรมเป็นเครื่องวัด และ จงเลิกได้แล้ว “คนที่หาแต่เรื่องเอาอธรรมมาปกครอง” เอาแต่เอาแต่สั่งสมอาวุธ เพราะไม่เห็นหรือ “คนที่สะสมอาวุธ” มีแต่ความจบด้วยอาวุธล้วนแต่ก็ตายเพราะอาวุธทั้งนั้น ตกแต่ว่า ใครจะตายก่อนท่านนั้น ตายด้วยความทุกข์ หรือด้วยความสุขขี เท่านั้น


 

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

บทความ

แต่งตั้งนายพลสีกากี มีระบบคุณธรรม จริงหรือมั่ว? ส่อวิกฤตศรัทธาต่อองค์กร

การแต่งตั้งนายพลสีกากีวาระประจำปี 2561

เผยแพร่

วันที่

สํานักงานตํารวจแห่งชาติ
สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

ใกล้งวดมาเต็มที กับการแต่งตั้งนายพลสีกากีวาระประจำปี 2561 ภายหลังจากที่คำสั่งแต่งตั้งของบรรดานายพลสีขี้ม้าเสร็จเรียบร้อย มาถึงคิวของการแต่งตั้งนายพลสีกากี ระดับ ผบก.ถึง รอง ผบ.ตร. วาระประจำปี 2561 ซึ่งต้องขอมติ ก.ตร.ขยายเวลามาจากเดิมต้องแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม เป็นต้องแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนกันยายน ที่จะถึงนี้

มานั่งอ่านหลักเกณฑ์แต่งตั้งใหม่ ของรัฐบาลลุงตู่ ภายใต้การกับกับดูแลของลุงป้อม พี่ใหญ่ของ คสช. อ่านก็แล้วทำความเข้าใจกลับไปกลับมา เป็นการเขียนหลักเกณฑ์การแต่งตั้งใว้สุดซ่อนเงื่อน จากเดิม 10 ปี ที่ผ่านการพิจารณาใช้เรียงตามอาวุโสห้ามข้ามในกลุ่มผู้ช่วยขึ้นรอง ผบ.ตร.และในขณะนั้นมีตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.10 กว่าตำแหน่ง หลังจากนั้นต่อมาเปลี่ยนกฏเกณฑ์มาใช้ 33%ในกลุ่ม ผู้ช่วยขึ้น รอง ผบ.ตร.

หลัง คสช.ปฏิวัติ ในปี 58 ยุบตำแหน่ง รองผบ.ตร.จากเดิม 10 ตำแหน่ง เหลือเพียงแค่ 5 ตำแหน่ง แต่กลับมีการปรับเพิ่มตำแหน่งที่ผู้ทรงคุณวุฒิ 10 ตำแหน่ง รองรับผู้เกษียณอายุราชการ ซึ่งมีหลักเกณฑ์คลุมไว้อีกว่าห้ามนำมาคำนวนโควต้า 33 % เลื่อนขึ้น รอง ผบ.ตร.

จุดที่มองดูทะแม่ง อยู่ตรงที่การจะได้อาวุโส 33% จากผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นรอง ต้องมีตำแหน่งว่าง 4 จาก 5 ตำแหน่งที่มีเหลือ และเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นเลย เพราะฐานน้อยมาก มีแค่ 5 ต้องว่าง 4 เท่านั้น คำว่าอาวุโสจึงจะเกิดผลในทางปฎิบัติ มองได้ว่าเป็นเกมลับลวงพราง ให้มองดูดีมีอาวุโสใช้ในกลุ่มนี้ แต่คนทั่วไปไม่รู้ว่าในทางเป็นจริงไม่มีแน่นอน ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้ข้ามอาวุโสได้เลย เพราะหลักเกณฑ์เขียนใว้ว่า ถือว่าอาวุโสเท่ากัน แต่คนที่จะเอาขึ้นเหมาะสมกว่า คนอาวุโสไม่มีเรื่อง ไม่มีความผิด แต่กลับไม่เหมาะสม ดูเป็นเหตุผลที่ไม่แฟร์และเป็นธรรมกับทุกคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบคุณธรรม มันมีหรือไม่.?

โดยในอดีต คณะกรรมการ กตร.ส่วนหนึ่ง มาจากข้าราชตำรวจชั้นนายพลที่เกษียณซึ่งคนนอก และเป็นผู้ที่ข้าราชตำรวจเลือกมาเป็นตัวแทน เป็นปากเสียงทวงสิทธิ์ความเป็นธรรม ให้กับการแต่งตั้งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ยุคนี้ตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา ข้าราชการตำรวจที่ได้รับแต่งตั้งมา เทียบตัวต่อตัว อาวุโส 1 กับ ตัวเกร็ง ยังไงก็อาวุโสไม่เท่ากัน เพราะตามหลังห่างกันเกือบ 2 ปีในทุกตำแหน่งช่วง รอง ผบช.,ผบช,และผู้ช่วย ผบ.ตร.

หากเป็นแบบนี้อนาคต องค์กรตำรวจจะพัง เพราะ ระบบคุณธรรม หลักเกณฑ์ กฎที่ไม่เป็นธรรม ได้คนที่เป็นพวกตัวเอง “อดีตลูกน้องขึ้นมาเป็นนาย คนส่วนใหญ่ทุกข์บนความสุขคนส่วนน้อย ที่มีพวก มีปัญญาวิ่งเต้น อยู่แบบหมดความหวัง ถูกปล้นสิทธิไปต่อหน้าต่อตา การเรียกร้องอะไรกับใครในยุคนี้ก็ยาก มันคือเป็นหนทางเดียว ต้องยอมรับและอยู่กับมัน ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ลาออกไปก็เยอะ

มีคำถามว่าคนเหล่านี้ เป็นตำรวจ ทำความดีเสี่ยงภัยมามากมาย เป็นลูกน้องท่านเหมือนกัน ท่านอยากให้เขาหันหลัง และเกลียดนาย เกลียดผู้บังคับบัญชา เกลียดองค์กร เพราะระบบคุณธรรม อย่างนั้นหรือ.? ผู้กับกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลัง กระทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในองค์กรในอาชีพตำรวจที่เพียงแค่อยากได้ อยากเป็น โดยไม่คำนึงถึงสิทธิและความเป็นธรรมของผู้อื่นแม้แต่น้อย หาช่อง หากฎเกณฑ์ มาลับลวงพราง ป้องกันตัว เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า มันไม่ถูกต้อง ไม่มีความเป็นธรรม ให้กับข้าราชตำรวจส่วนใหญ่ที่ไม่มีเส้นสาย นอกจากคนของตัวเอง ของพวกพ้องบริวาร

โดยสุดท้ายอาจจะเห็นนายตำรวจใหญ่ ลาออกตามมาหลังจากแต่งตั้งครั้งนี้ก็ได้ ไม่เชื่อลองจับตาดู และหากมันมีเหตุลาออก ของผู้ที่อกหักจากการแต่งตั้งที่ขาดระบบคุณธรรมมันก็จะสะท้อนย้อนกลับมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเสื่อม และเกิดวิกฤตศัทธาต่อองค์กร จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“นายหม้อตาล”


 

อ่านต่อ

ยอดนิยม

error: